ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 21/2548

ประเด็นกฎหมาย

คดีละเมิดจากการสอบสวนคดีอาญาโดยพนักงานสอบสวน อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การสอบสวนคดีอาญาเป็นขั้นตอนที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดอำนาจพนักงานสอบสวนไว้เป็นการเฉพาะโดยตรง การกระทำละเมิดที่เกิดจากการใช้อำนาจดังกล่าวจึงอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม มิใช่ศาลปกครอง แม้จะมีการกล่าวอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควรก็ตาม

คำวินิจฉัย

คดีระหว่างนายเสน่ห์ สนิท โจทก์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลย อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รับผิดทางละเมิดจากการที่พนักงานสอบสวนสอบสวนคดีอาญาโดยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่รวบรวมพยานหลักฐาน และปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ทำให้โจทก์เสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 21/2548นายเสน่ห์ สนิทโจทก์สำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.วิ.อ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๒๑/๒๕๔๘ วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๘ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ศาลจังหวัดจันทบุรี ระหว่าง ศาลปกครองระยอง การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลจังหวัดจันทบุรีโดยสำนักงานศาลยุติธรรมส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ วรรคสอง ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลหนึ่งไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของอีกศาลหนึ่ง เมื่อมีการฟ้องคดีต่ออีกศาลหนึ่งแล้ว ศาลดังกล่าวเห็นว่าคดีนั้น ไม่อยู่ในเขตอำนาจเช่นกัน ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๗ นายเสน่ห์ สนิท โจทก์ ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำเลย ต่อศาลจังหวัดจันทบุรี เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๙๐๑/๒๕๔๗ ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ อันเนื่องมาจากพนักงานสอบสวนซึ่งเป็นผู้แทนนิติบุคคลของจำเลยกระทำละเมิดทำการสอบสวนคดีอาญาที่โจทก์เป็นผู้เสียหายและได้ร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มิได้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะทำได้ตามกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแก่สิทธิในทางคดีอาญาและมีภาระเพิ่มขึ้นในการแสวงหารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ให้พนักงานอัยการด้วยตนเองโดยไม่จำเป็น แต่ศาลจังหวัดจันทบุรีมีคำสั่งไม่รับฟ