ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 44/2548

ประเด็นกฎหมาย

คดีพิพาทเกี่ยวกับการละเลยหน้าที่ของหน่วยงานทางปกครองในการดูแลรักษาทางสาธารณประโยชน์ อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การฟ้องว่าหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ หรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร เป็นคดีพิพาทตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ซึ่งอยู่ในอำนาจศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดีร้องเรียนต่อผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายครั้งเกี่ยวกับการบุกรุกทางสาธารณประโยชน์ แต่ไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้ทางสาธารณะแคบลงและได้รับความเดือดร้อน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 44/2548นายสนิท ทรัพย์มากผู้ฟ้องคดีองค์การบริหารส่วนตำบลดอนชมพู ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง (2) ป.ที่ดิน ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๔๔/๒๕๔๘ วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๘ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๒) ศาลปกครองนครราชสีมา ระหว่าง ศาลจังหวัดนครราชสีมา การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองนครราชสีมาโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคสาม ซึ่งเป็นกรณีศาลที่รับฟ้องคดีเห็นว่าคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจ และศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๕ นายสนิท ทรัพย์มาก ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง องค์การบริหารส่วนตำบลดอนชมพู ที่ ๑ นายอำเภอโนนสูง ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ต่อศาลปกครองนครราชสีมา เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๕๐/๒๕๔๕ ความว่า ผู้ฟ้องคดีมีภูมิลำเนาอยู่หมู่ที่ ๑๐ ตำบลดอนชมพู อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่นายบู่ กำบังกาย อดีตกำนันตำบลดอนชมพู ขุดบ่อล้ำเข้ามาในทางสาธารณะซึ่งห่างจากบ้านผู้ฟ้องคดีประมาณ ๑๐๐ กว่าเมตร ทำให้สภาพทางแคบลง ผู้ฟ้องคดีเดินสัญจรไม่สะดวกดังเช่นที่เคย ผู้ฟ้องคดีแจ้งให้นายบู่ถมที่ดินพิพาทคืนแต่ก็เพิกเฉย ตั้งแต่ปี ๒๕