ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2102/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2102/2551นางบุญช่วย มณีขาวโจทก์นางสาวอุบลรัตน์ โตแย้มจำเลย ป.พ.พ. ม. 1474, ม. 1653, ม. 1656, ม. 1657, ม. 1705จำเลยกับผู้ตายอยู่กินฉันสามีภริยากันโดยไม่จดทะเบียนสมรส จึงไม่ต้องพิจารณาว่าทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสหรือไม่ คงต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องกรรมสิทธิ์รวมว่าเป็นทรัพย์สินที่ซื้อหามาด้วยเงินที่ร่วมกันทำมาหาได้หรือไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้ตายได้รับมาโดยการรับมรดกและโดยการให้โดยเสน่หา ย่อมไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์สินของผู้ตายเพียงผู้เดียว พินัยกรรมที่ผู้ตายทำขึ้นโดยใช้พิมพ์ดีดทั้งฉบับ ย่อมไม่ใช่พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1657 คงเป็นแต่พินัยกรรมแบบธรรมดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1656 ที่ต้องมีพยานรู้เห็นซึ่งมาตรา 1656 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้ทำพินัยกรรมต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน การที่พยานในพินัยกรรมพิพาทลงลายมือชื่อเป็นพยานภายหลังจึงขัดต่อบทบัญญัติดังกล่าวพินัยกรรมพิพาทย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1705โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายโสภณเป็นผู้ดำเนินคดีแทนโจทก์ เกี่ยวกับคดีนี้เมื่อวันที่ 3 ศาลแพ่งมีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้จัดการมรดกของนายวินัยผู้ตายซึ่งเป็นบุตรของโจทก์ที่เกิดจากนายเนียมซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรมของนายวินัยผู้ตายแต่เพียงผู้เดียว โดยก่อนถึงแก่กรรมนายวินัยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินสองแปลง โฉนดเลขที่ 245103 และ 244400 ตำบลคลองจั่น อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านสองชั้นเลขที่ 186/80 หมู่ที่ 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินทั้งสองโฉนดที่อยู่ติดต่อกันและมีอาวุธปืนเดี่ยว