ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8680/2551คุณหญิงกานดา เตชะไพบูลย์โจทก์นายพิสิฐ พฤกษ์ไพบูลย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1057, ม. 1080 ป.วิ.พ. ม. 55ห้างหุ้นส่วนจำกัดมีผู้เป็นหุ้นส่วนสองคน คือโจทก์ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด และจำเลยเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดและเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ของห้างจนถึงขั้นฟ้องร้องเป็นคดีอาญา ไม่ปรองดองกัน หากจะเปลี่ยนตัวหุ้นส่วนผู้จัดการก็ไม่มีทางทำได้ เพราะมีจำเลยคนเดียวที่เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด จึงมีเหตุทำให้ห้างเหลือวิสัยที่จะดำรงอยู่ต่อไปได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1057 (3) ประกอบมาตรา 1080 ศาลย่อมพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิกกันได้ เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายขอให้เลิกห้าง อันเป็นการเลิกสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์กับจำเลยได้โดยตรง โดยไม่จำต้องฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นจำเลยด้วยโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้มีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักงานที่ดินธานีพัฒนา และตั้งโจทก์เป็นผู้ชำระบัญชี กับบังคับให้จำเลยส่งมอบสมุดบัญชีและทรัพย์สินทั้งหมดของห้างที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยแก่โจทก์ในฐานะผู้ชำระบัญชี จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงว่า เงินค่าเวนคืนที่ดินครั้งที่สามจำนวน 46,711,573.33 บาท ได้มีการนำไปเข้าบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักงานที่ดินธานีพัฒนา ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2536 แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด สำนักงา