ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2551
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6306/2551นางสมพร ฉัตรเจริญพรโจทก์นายสุรินทร์ วงษ์ชาตรีผู้ร้องนางสุนิสาหรือจีรนันท์ วงษ์ชาตรีจำเลย ป.พ.พ. ม. 1490 ป.วิ.พ. ม. 287สัญญากู้ยืมเงินเป็นหนี้ที่จำเลยซึ่งเป็นภริยาผู้ร้องก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส และเป็นหนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ ถือได้ว่าเป็นหนี้ร่วมกันระหว่างผู้ร้องและจำเลยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (1) แม้ภายหลังจำเลยกับผู้ร้องได้จดทะเบียนหย่าและแบ่งสินสมรสกันก็ไม่กระทบสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะดำเนินการบังคับคดีแก่เงินในบัญชีเงินฝากของผู้ร้อง โจทก์จึงมีสิทธิอายัดเงินในบัญชีเงินฝากของผู้ร้องเพื่อนำมาชำระหนี้ให้โจทก์ได้คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินกู้ยืม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 330,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสุพรรณบุรี ของผู้ร้องซึ่งเป็นสามีจำเลยจำนวนกึ่งหนึ่ง เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องกับจำเลยได้จดทะเบียนหย่าและแบ่งสินสมรสกันไปแล้ว ซึ่งเงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าวตกลงแบ่งให้แก่ผู้ร้องแต่ผู้เดียว จึงมิใช่ทรัพย์สินของจำเลย นอกจากนี้หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ส่วนตัวของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิอายัด ขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่อายัดคืนแก่ผู้ร้อง โจทก์ให้การว่า เงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าวเป็นสินสมรสของจำเลยกับผู้ร้อง หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้ร่วมระหว่างผู้ร้องกับจำเลย การจดทะเบียนหย่าและการแบ่งสินสมรสร