ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 3/2547

ประเด็นกฎหมาย

การพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่กรณีโต้แย้งกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินว่าเป็นของผู้ฟ้องคดีหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การพิจารณาสิทธิในทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ก็เป็นขั้นตอนเพื่อนำไปสู่การรับรองกรรมสิทธิ์

คำวินิจฉัย

คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ฟ้องคดียื่นคำขอออกโฉนดที่ดินที่ครอบครองต่อจากบิดา แต่เทศบาลมีหนังสือคัดค้านว่าที่ดินเป็นสาธารณะ ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับโฉนด ผู้ฟ้องคดีจึงฟ้องต่อศาลปกครองว่าการขยายเวลาคัดค้านของเจ้าพนักงานที่ดินไม่ชอบ และเทศบาลไม่มีอำนาจคัดค้าน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 3/2547นางสาวบุบผา รักษ์สัจผู้ฟ้องคดีผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนผู้ถูกฟ้องคดี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 ป.ที่ดิน ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๓/๒๕๔๗ วันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลจังหวัดนครปฐม การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลที่ส่งความเห็นและรับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาลในคดีนั้น ข้อเท็จจริงในคดี นางสาวบุบผา รักษ์สัจ ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ที่ ๑ เจ้าพนักงานที่ดินนครปฐม ที่ ๒ นายอำเภอนครปฐม ที่ ๓ (ต่อมา ผู้ฟ้องคดียื่นคำแถลงไม่ประสงค์จะฟ้องนายอำเภอเมืองนครปฐม) นายกเทศมนตรีนครนครปฐม ที่ ๔ ต่อศาลปกครองกลาง ความว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นบุตรของพันตำรวจตรี เสริม รักษ์สัจ ซึ่งได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาโดยตลอด แต่ไม่ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน เนื่องจากได้ที่ดินมาภายหลังทางราชการประกาศให้แจ้งการครอบครอง (ส.ค. ๑) ในปีพ.ศ. ๒๕๒๙ ผู้ฟ้องคดีได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวต่อจากบิดาของผู้ฟ้องคดี และยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดิน เมื่อวันที่๑๘ มกราคม ๒๕๔๔ ช่างรังวัดไปทำการรังวัดปรากฏว่า ที่ดินมีเนื้อที่ ๑ งาน ๕๗.๒ ตารางวา แต่เจ้าหน้าที่ของเทศบาลที่มาร