การฟ้องขอให้ระงับหรือเพิกถอนหมายเรียกของพนักงานสอบสวนในคดีอาญาและเรียกค่าเสียหายเกี่ยวกับการนี้ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง
การออกหมายเรียกของพนักงานสอบสวนเป็นขั้นตอนการดำเนินการที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดให้อำนาจไว้เป็นการเฉพาะโดยตรง และอยู่ในอำนาจการควบคุมตรวจสอบของศาลยุติธรรม ทั้งไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542
คดีฟ้องขอให้เพิกถอนระงับหมายเรียกพยานในคดีอาญา ระหว่าง นายวัลลภ นาคพุก ผู้ฟ้องคดี กับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ร้อยตำรวจเอก ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ซึ่งในคดีนี้ศาลที่มีเขตอำนาจได้แก่ ศาลแขวงพระนครเหนือ
นายวัลลภ นาคพุก ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติและร้อยตำรวจเอก ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ ต่อศาลปกครองกลาง อ้างว่าการออกหมายเรียกของร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์ ที่สั่งให้นายวัลลภไปพบ ณ สถานีตำรวจนครบาลวิภาวดี ในวันที่ 19 มีนาคม 2544 เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในหมายเรียกมิได้แจ้งเหตุแห่งการออกหมายว่าจะเรียกไ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 6/2545นายวัลลภ นาคพุกผู้ฟ้องคดี โดยนางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ผู้รับมอบอำนาจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คนผู้ถูกฟ้องคดี รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๖/๒๕๔๕ วันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลแขวงพระนครเหนือ การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) และวรรคสาม ซึ่งเป็นกรณีศาลที่ส่งความเห็นและศาลที่รับความเห็นมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องเขตอำนาจศาล ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๔ นายวัลลภ นาคพุก โดยนางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ผู้รับมอบอำนาจ ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และร้อยตำรวจเอก ชัยวัฒน์ อินทร์เทศ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลวิภาวดี ต่อศาลปกครองกลาง อ้างว่าการออกหมายเรียกของร้อยตำรวจเอกชัยวัฒน์ ที่สั่งให้นายวัลลภไปพบ ณ สถานีตำรวจนครบาลวิภาวดี ในวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๔ เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในหมายเรียกมิได้แจ้งเหตุแห่งการออกหมายว่าจะเรียกไปสอบปากคำในคดีอาญาเรื่องใดตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๓ และมีข้อความอันมีลัก