ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 12/2545

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องเรียกเงินค่าชดเชยที่ดินและค่ารื้อถอนของราษฎรในบริเวณพื้นที่ก่อสร้างโรงเรียนเตรียมทหารอยู่ในอำนาจของศาลปกครองหรือศาลยุติธรรม

หลักกฎหมาย

หน่วยงานของรัฐอาจเลือกใช้วิธีการตามกฎหมายเอกชนในการดำเนินการได้ มิได้จำกัดเฉพาะวิธีการทางปกครอง หากมิได้ใช้อำนาจรัฐในการบังคับเวนคืน และนิติสัมพันธ์เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คดีไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

คดีฟ้องเรียกเงินค่าชดเชยที่ดินและค่ารื้อถอน ระหว่างนายสังวาลย์ อิศรางกูร ผู้ฟ้องคดี กับ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กระทรวงกลาโหม นางสว่าง จันทร์กระจ่าง และ นางสุภาพ ศรีอร่าม ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ซึ่งในคดีนี้ ศาลที่มีอำนาจได้แก่ ศาลจังหวัดนครนายก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

กระทรวงกลาโหมต้องการที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงเรียนเตรียมทหาร โดยตั้งคณะทำงานเจรจากับราษฎรผู้ครอบครองที่ดิน ตกลงจ่ายค่าชดเชยไร่ละ 45,000 บาท และออกตั๋วแลกเงินให้ตัวแทนนำไปจ่าย แต่ตัวแทนนำเงินไปใช้โดยทุจริต โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินค่าชดเชย กระทรวงกลาโหมดำเนินการโดยใช้กฎหมายแพ่ง มิได้ใช้อำนาจรัฐในการเวนคืน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 12/2545นายสังวาลย์ อิศรางกูรโจทก์สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ 1จำเลยกับพวกรวม 4 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ม. 9 วรรคหนึ่ง (4) ป.พ.พ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๒/๒๕๔๕ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลจังหวัดนครนายก การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๑๐ วรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลหนึ่งไม่รับฟ้องเพราะเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของอีกศาลหนึ่ง เมื่อมีการฟ้องคดีต่ออีกศาลหนึ่งแล้ว ศาลดังกล่าวเห็นว่าคดีนั้นไม่อยู่ในเขตอำนาจเช่นกัน ข้อเท็จจริงในคดี นายสังวาลย์ อิศรางกูร เป็นโจทก์ฟ้อง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่ ๑ กระทรวงกลาโหม ที่ ๒ นางสว่าง จันทร์กระจ่าง ที่ ๓ และนางสุภาพ ศรีอร่าม ที่ ๔ เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดนครนายก อ้างว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินมีหลักฐานการเสียภาษีบำรุงท้องที่หรือ ภ.บ.ท. ๕ ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔ ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เนื้อที่จำนวน ๒๕ ไร่ ๒ งาน ๓๔ ตารางวา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ต้องการที่ดินในเขตตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เพื่อก่อสร้างโรงเรียนเตรียมทหาร