ฎีกาที่ คำวินิจฉัยที่ 19/2545

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการตรวจค้นจับกุมตาม ป.วิ.อ. อยู่ในอำนาจศาลยุติธรรมหรือศาลปกครอง

หลักกฎหมาย

การดำเนินการของเจ้าพนักงานตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดให้อำนาจไว้เป็นการเฉพาะโดยตรง อยู่ในอำนาจควบคุมตรวจสอบของศาลยุติธรรม ส่วนการกระทำนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและเข้าเกณฑ์มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

คดีฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการที่เจ้าพนักงานตำรวจทำการตรวจค้นจับกุมบุคคลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาระหว่างนางประสงค์ พินเผือก ผู้ฟ้องคดี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิพากษาของศาลยุติธรรม ซึ่งในคดีนี้ได้แก่ ศาลแพ่งธนบุรี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

เจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมบุคคลในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด โดยไม่แสดงตัว ไม่มีหมายจับและหมายค้น ทำให้ผู้ถูกจับเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้าย และต่อมาเจ้าพนักงานยิงบิดาของผู้ถูกจับจนถึงแก่ความตาย โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหน่วยงานของรัฐ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 19/2545นางประสงค์ และนายประวิทย์ พินเผือกโจทก์โดยนายธวัชชัย ปทุมมา ผู้รับมอบอำนาจ ร้อยตำรวจโท สวัสดิ์ ภักดี จำเลยรองสารวัตรแผนกสืบตรวจตราและควบคุม สังกัดกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป.วิ.อ. ไม่มีย่อสั้น(สำเนา) คำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๙/๒๕๔๕ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๕ เรื่อง เขตอำนาจศาลเกี่ยวกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง ศาลปกครองกลาง ระหว่าง ศาลแพ่งธนบุรี การส่งเรื่องต่อคณะกรรมการ ศาลปกครองกลางโดยสำนักงานศาลปกครองส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๒ วรรคสอง ซึ่งเป็นกรณีที่ศาลหนึ่งไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของอีกศาลหนึ่ง เมื่อมีการฟ้องคดีต่ออีกศาลหนึ่งแล้ว ศาลดังกล่าวเห็นว่าคดีนั้นไม่อยู่ในเขตอำนาจเช่นกัน ให้ศาลนั้นส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาลพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ข้อเท็จจริงในคดี เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ นางประสงค์ และนายประวิทย์ พินเผือก โดยนายธวัชชัย ประทุมมา ผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโท สวัสดิ์ ภักดี รองสารวัตรแผนกสืบตรวจตราและควบคุม สังกัดกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นจำเลยต่อศาลแพ่งธนบุรี ความว่า เมื่อวันที่ ๒๕