ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2551

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังสัญญาการจัดการฉบับภาษาอังกฤษเป็นพยานหลักฐาน และการตีความข้อสัญญาเรื่องการขยายอายุสัญญา

หลักกฎหมาย

เมื่อคู่ความอ้างเอกสารภาษาต่างประเทศพร้อมคำแปล ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจรับฟังเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งหรือทั้งสองฉบับได้ ไม่จำต้องรับฟังแต่คำแปลเท่านั้น และการตีความสัญญาต้องคำนึงถึงเจตนาร่วมกันของคู่สัญญา โดยเฉพาะสัญญาจ้างบริหารจัดการที่ต้องอาศัยความพึงพอใจและความไว้วางใจ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากข้อสัญญาเรื่องการขยายอายุสัญญาต้องอาศัยความตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่าย มิใช่ขึ้นอยู่กับเจตนาของโจทก์ฝ่ายเดียว เมื่อจำเลยไม่ประสงค์จะขยายอายุสัญญา การขยายอายุสัญญาจึงไม่เกิดขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์บริหารโรงแรม มีกำหนดระยะเวลา 10 ปี โดยโจทก์มีสิทธิขยายอายุสัญญาได้อีก 10 ปี ก่อนสัญญาสิ้นสุดโจทก์แจ้งความประสงค์ขยายอายุสัญญา แต่จำเลยปฏิเสธ โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับตามสัญญา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3924/2551บริษัทเจนเนอรัล โฮเต็ล แมเนจเม้นท์ จำกัดโจทก์บริษัทสุรินทร์ เบย์ จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 46 วรรคสาม ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2540 ข้อ 23โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างถึงสิทธิของตนตามสัญญาและได้แนบสัญญาการจัดการฉบับภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลมาท้ายฟ้อง ทั้งตามบัญชีระบุพยานของโจทก์ก็อ้างเอกสารดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับไว้ และเมื่อโจทก์นำสืบก็อ้างเอกสารดังกล่าวทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้หมายเอกสารไว้แล้วในส่วนของคำแปลโจทก์จัดให้มีการรับรองว่าแปลถูกต้องตรงกับสัญญา ดังนั้นสัญญาการจัดการฉบับภาษาอังกฤษและคำแปลจึงเป็นพยานหลักฐานที่เข้าสู่สำนวนความโดยชอบ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจรับฟังเอกสารดังกล่าวฉบับใดฉบับหนึ่งหรือทั้งสองฉบับได้ บทบัญญัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 46 หรือข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ ข้อ 23 ไม่ได้มีความหมายว่า หากในคดีนั้นคู่ความอ้างเอกสารภาษาต่างประเทศมาพร้อมกับคำแปลแล้ว ศาลต้องรับฟังแต่คำแปลเท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาการจัดการว่าจ้างโจทก์เป็นผู้จัดการและบริหารกิจการโรงแรมของจำเลย สัญญาการจัดการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2538 ครบกำหนดวันที่ 31 ธันวาคม 2548 โดยโจทก์มีสิทธิขยายระยะเวลาการให้บริการได้อีก 10 ปี นับแต่วันที่สัญญาสิ้นสุดโดยใช้ข้อกำหนดและเงื่อนไขเดิมของสัญญาการจัดการ ก่อนที่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาการจัดการจะสิ้นสุดโจทก์มีหนังสือแจ้งความประสงค์ไปยังจำเลยแล้วเพื่อต่อสัญญาไปอีก 10 ปี แต่จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการผิดสัญญาและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอ