ปัญหาว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดในหนี้ของจำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัวหรือไม่ และการกระทำของจำเลยที่ 2, 3 ที่อ้างว่ายักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและหลอกลว
การกระทำของจำเลยที่ 2, 3 ที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นมูลหนี้อีกส่วนหนึ่งต่างหากจากหนี้ที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิด และเป็นหนี้ไม่อาจกำหนดจำนวนได้แน่นอนตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(3) จึงนำมาเป็นมูลฟ้องให้จำเลยที่ 2, 3 ล้มละลายไม่ได้
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องจำเลยที่ 2, 3
จำเลยที่ 3 ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช มิใช่ในฐานะส่วนตัว และสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวถูกยกเลิกโดยปริยายเพราะคู่สัญญาได้ตกลงทำสัญญาต่างตอบแทนซึ่งเป็นมูลฟ้องในคดีนี้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 30/2521นางซีอาฮวด แซ่ซี กับพวกโจทก์บริษัท กรุงธนสถาปัตย์ จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 จำเลยเข้าทำสัญญาในฐานะรับมอบอำนาจจากผู้อื่น จึงไม่ใช่ คู่สัญญาเป็นส่วนตัวการกระทำที่ว่าจำเลยยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินของลูกหนี้หลอกว่าจะชำระหนี้แทนลูกหนี้ ก็เป็นหนี้ที่ไม่อาจกำหนดจำนวนที่จะฟ้องล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(3) ได้จำเลยที่ 2, 3 เป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับเหมาก่อสร้างอาคารจาก ว. ซึ่งโจทก์เช่าที่ดินอยู่ จำเลยทั้งสามกับโจทก์ได้ยอมความกันให้โจทก์เช่าอาคารที่จะสร้างขึ้นใหม่ได้ จำเลยผิดสัญญา ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสาม ต่อมาจำเลยที่ 1 ชำระบัญชีเลิกบริษัทจำเลยที่ 2, 3 เป็นผู้ชำระบัญชี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยที่ 1 เด็ดขาด ยกฟ้องจำเลยที่ 2, 3 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 8585/2514 จำนวนเงินรวม 380,000 บาท และแก่โจทก์ที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 7857/2515 จำนวนเงินรวม366,000 บาท จำเลยที่ 1 จดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัดตั้งผู้ชำระบัญชีหลังแพ้คดีหมายเลขแดงที่ 8585/2514 และมีหนี้สินล้นพ้นตัว โจทก์ที่ 3 เคยฟ้องจำเลยที่ 1 ตามสัญญาต่างตอบแทน หมาย จ.1 แต่ถอนฟ้องไปแล้ว โจทก์ทั้งสามจึงร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ ส่วนในข้อที่โจทก์ให้จำเลยที่ 2, 3 ต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของจำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัวด้วยโจทก์อ้างและนำสืบว่า เพราะจำเลยที่ 3 ได้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ในฐานะเป็นคู่สัญญาเป็นส่วนตัวด้วย และจำเลยที่ 2, 3ได้ร่วมกันยักย้ายถ่ายเททรัพย์ส