ครูโรงเรียนเอกชนมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยตรงโดยไม่ต้องเสนอข้อขัดแย้งต่อคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ ก่อนหรือไม่ และการเลิกจ้
1. ครูโรงเรียนเอกชนมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลแรงงานโดยตรงโดยไม่ต้องเสนอข้อขัดแย้งต่อคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ ก่อน เนื่องจากขั้นตอนดังกล่าวไม่ใช่ขั้นตอนการระงับข้อพิพาทตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 8 วรรคสอง 2. กา
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งยี่สิบตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชนฯ แต่ไม่ใช่ค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ และการเลิกจ้างไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
จำเลยซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนนำเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนเข้าบัญชีครูแล้วถอนเงินออกในวันเดียวกันโดยไม่แจ้งให้ครูทราบ ครูจึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จำเลยเลิกจ้างครูโดยอ้างว่าครูจงใจทำให้เสียหายและทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง ต่อมาจำเลยชี้แจงว่าได้รับเงินอุดหนุนไม่พอ แต่ครูยังคงยืนยันให้ดำ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215 - 2234/2551นางสุธิดา จันทรรัตน์ กับพวกโจทก์บริษัทขจิตและบุตร พณิชย์ จำกัดจำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 4 วรรคสอง, ม. 6, ม. 119 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 วรรคสอง พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2525 หมวด 7 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยจรรยา มรรยาท วินัย และหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ ครูใหญ่ หรือครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2526 ข้อ 6 (5)แม้ตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ หมวด 7 จะมีการกำหนดให้การคุ้มครองการทำงานของครูใหญ่และครูโดยมีคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานเป็นผู้ควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง แต่ก็ไม่ใช่ขั้นตอนการระงับข้อพิพาทระหว่างครูใหญ่หรือครูกับผู้รับใบอนุญาตหรือผู้จัดการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 8 วรรคสอง เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 19 ถูกจำเลยเลิกจ้าง โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 19 จึงมีอำนาจนำคดีมาฟ้องต่อศาลแรงงานภาค 8 ได้โดยไม่จำต้องเสนอข้อขัดแย้งให้คณะกรรมการคุ้มครองการทำงานวินิจฉัยชี้ขาดตามขั้นตอนใน พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนฯ ก่อน โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 19 จึงมีอำนาจฟ้อง โรงเรียนของจำเลยได้รับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียน (เพิ่มเติม) จากงบประมาณสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนเพื่อปรับเงินเดือนให้ครู วันที่ 18 สิงหาคม 2548 จำเลยนำเงินอุดหนุนของเดือนเมษายน 2547 ถึงเดือนพฤษภาคม 2548 เข้าบัญชีโจทก์คนละ 12,222 บาท แล้วถอนเงินออกจากบัญชีโจทก์คนละ 5,515.51 บาท ในวันเดียวกันโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทั้งยี่สิบทราบวันที่ 30 สิงหาคม 2548 โจทก์ทั้งยี่สิบจึงไปร้องทุกข์ให้สอบสวนหาข้อเท็จ