ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8958/2550นางสาวสลักจิต บุญสุวรรโณโจทก์นางเซียง ทองเชื้อ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 99, ม. 104ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดเป็นความเห็นอันหนึ่งเท่านั้น หาเป็นการผูกมัดศาลให้ต้องส่งเรื่องราวไปตรวจพิสูจน์เสมอไปไม่ เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่า ลายมือชื่อของจำเลยเท่าที่ปรากฏเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้ จึงปฏิเสธไม่ส่งลายมือชื่อของจำเลยไปตรวจพิสูจน์ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลชั้นต้นตามที่เห็นสมควร การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยคดีไปโดยไม่ได้ส่งลายมือชื่อของจำเลยทั้งสองไปตรวจพิสูจน์จึงชอบแล้วโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ผู้กู้และจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันร่วมกันชำระเงิน 409,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยกู้ยืมเงินจากโจทก์และจำเลยที่ 2 ไม่เคยทำสัญญาค้ำประกันตามที่โจทก์ฟ้อง แต่จำเลยที่ 2 เคยกู้ยืมเงินจากนางจำปีหรือจัมปีมารดาโจทก์และได้ลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ยืมเงินซึ่งยังไม่กรอกข้อความไว้ ส่วนจำเลยที่ 1 เคยลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินซึ่งยังไม่กรอกข้อความเมื่อนางคัมภีร์บุตรสาวจำเลยทั้งสองไปกู้ยืมเงินจากนางจำปี โดยนางจำปีให้จำเลยที่ 1 นำหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 304 ไปให้นางจำปียึดถือไว้เป็นประกันด้วย ต่อมานางคัมภีร์ผ่อนชำระหนี้ให้นางจำปีบางส่วน แต่นางคัมภีร์เห็นว่าโจทก์และนางจำปีเอาเปรียบจึงไม่ชำระหนี้ส่วนที่เหลือ และจำเลยที่ 1 ได้ทวงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวคืน แต่ไม่มีการคืนให้ โจทก์นำเอาสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อไว้มากรอกข้อควา