ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2544

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7018/2544นาง อารยา มิตรสัมพันธ์ชัยโจทก์นางสาว จินตนา แซ่โค้วจำเลย ป.วิ.พ. ม. 138, ม. 273, ม. 296 ทวิสัญญาประนีประนอมยอมความมีสาระสำคัญอยู่ 4 ประการคือ (1) จำเลยยอมรับว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ (2) โจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินพิพาทกันในราคา 2,600,000 บาท โดยแบ่งการชำระราคาเป็น 2 งวด (3) โจทก์ตกลงจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่จำเลยเมื่อได้รับชำระเงินค่าซื้อขายจากจำเลยครบถ้วนและ (4) ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความข้อใดข้อหนึ่ง ยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งบังคับคดีได้ทันที อันเป็นที่เห็นได้ว่าสัญญามิได้ระบุไว้เลยว่าหากจำเลยไม่ชำระเงินค่าซื้อขายที่ดินตามสัญญาแล้ว ให้การซื้อขายที่ดินเป็นอันเลิกกันและให้โจทก์บังคับขับไล่จำเลยพร้อมบริวารออกจากที่ดินได้ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 ทวิ ฉะนั้น ในเมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้โดยชัดแจ้ง ก็ต้องถือว่าจำเลยยังมิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถูกพิพากษาให้ขับไล่ตามมาตรา 296 ทวิ ดังกล่าว โจทก์จึงไม่อาจที่จะขอหมายบังคับคดีต่อศาลให้ขับไล่จำเลยได้คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม2540 ทั้งได้มีคำบังคับให้โจทก์จำเลยปฏิบัติตามสัญญานั้นแล้ว โดยสัญญาประนีประนอมยอมความมีข้อสำคัญว่าโจทก์ตกลงขายที่ดินพิพาทให้จำเลยในราคา 2,600,000 บาท โดยจำเลยขอแบ่งชำระเป็นสองงวด งวดแรกภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2543 เป็นเงิน 1,300,000บาท ส่วนที่เหลืออีก 1,300,000 บาท จะชำระให้โจทก์ภายในวันที่ 12พฤษภาคม 2542 และโจทก์จะต้องโอนกรรมสิทธิ์