การคำนวณทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์เพื่อพิจารณาว่าคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง หรือไม่
ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์คำนวณจากจำนวนเงินตามฟ้องหักด้วยจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชำระและดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง หากไม่เกิน 50,000 บาท ห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ และคืนค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาทแก่โจทก์
โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 150,194 บาทพร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 112,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ชำระเต็มตามฟ้อง ทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์คำนวณได้ 29,794 บาท (150,194 - 112,000 - 8,400 ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง) ซึ่งไม่เกิน 50,000 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 146/2545นางเอมอร แซ่นิ่มโจทก์นางสาวศรีนวล ราชอภัยจำเลย ป.วิ.พ. ม. 224 วรรคหนึ่ง, โจทก์ฟ้องให้จำเลยใช้เงิน 150,194 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 139,716 บาท นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ 112,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไป โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระหนี้เต็มตามฟ้อง ดังนี้ คดีจึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เท่ากับจำนวนเงินตามที่โจทก์ฟ้อง 150,194 บาท หักด้วยจำนวนเงินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระ 112,000 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องอีก 8,400 บาท แล้ว คือ 29,794 บาท เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่ให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาทตามตาราง 1 ข้อ 2(ก)ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ต่อโจทก์เป็นเงิน139,716 บาท โดยจำเลยจะชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายใน3 เดือนนับแต่วันทำหนังสือรับสภาพหนี้ และจำเลยได้ออกเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาท่าแพ ลงวันที่ 22 พฤษภาคม2540 สั่งจ่ายเงินจำนวน 139,716 บาท เป็นการชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ แต่เช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน150,194 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 139,716บาทนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจน