ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 457/2545นาย สุวัฒน์ เวชชาภินันท์โจทก์บริษัท ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 898, ม. 987 ป.วิ.พ. ม. 148คดีก่อนโจทก์ในฐานะผู้ทรงเช็ค 3 ฉบับของ ก. จำนวน 400,000บาท นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสาขาของจำเลยที่ 1โดยไม่ขอรับเป็นเงินสดแต่ขอเปลี่ยนเป็นแคชเชียร์เช็คแทน จำเลยที่ 2จึงออกแคชเชียร์เช็คในจำนวนเงินดังกล่าวให้ ต่อมาแคชเชียร์เช็คถูกระงับการจ่ายเงิน โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินตามแคชเชียร์เช็คจากจำเลยที่ 1 ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เรียกเงินจำนวนเดียวกันนั้นอีก แม้จะเปลี่ยนแปลงตั้งรูปคดีใหม่เป็นเรียกค่าเสียหายและขอให้คืนเช็ค 3 ฉบับของ ก. แต่ก็เป็นการเรียกเงินตามแคชเชียร์เช็คที่สืบเนื่องจากเช็ค 3 ฉบับของ ก. ตามคดีก่อนนั่นเอง เมื่อคดีก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัดจำเลยที่ 2 เป็นสาขาของจำเลยที่ 1 โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คของจำเลยที่ 2จำนวน 3 ฉบับ รวมเงินตามเช็ค 400,000 บาท เช็คทั้ง 3 ฉบับนางกิ่งแก้ว เมืองไพศาล เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายแล้วมอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ ต่อมาโจทก์นำเช็คทั้ง 3 ฉบับไปยื่นต่อจำเลยที่ 2เพื่อขึ้นเงิน และยื่นคำขอให้จำเลยที่ 2 ออกแคชเชียร์เช็คหรือแคชเชียร์ออเดอร์จำนวนเงิน 400,000 บาท เท่ากับจำนวนเงินตามเช็คที่นางกิ่งแก้วเป็นผู้สั่งจ่าย ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 2 ออกแคชเชียร์เช็คจำนวนเงิน 400,000 บาท ให้แก่โจทก์ระบุว่า ให้จ่ายตามคำสั่งธนาคารกรุงเ