ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1375/2545พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นางสาว บุษกร จันทร์โพธิ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 59, ม. 91, ม. 266, ม. 268, ม. 335เมื่อจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพตามคำฟ้องของโจทก์ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติตามคำฟ้องโจทก์ที่บรรยายไว้อย่างชัดเจนแยกการกระทำของจำเลยทั้งสองที่ร่วมกันลักเช็คของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างไป ปลอมเช็ค และใช้เช็คที่ปลอมนั้นไปยื่นต่อธนาคารเพื่อขอรับเงิน ซึ่งการกระทำแต่ละอย่างมีลักษณะที่แตกต่างกันต่างเป็นความผิดสำเร็จในตัว และเป็นการกระทำความผิดโดยอาศัยเจตนาแยกต่างหากจากกัน การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นายจ้างกระทงหนึ่งและฐานปลอมตั๋วเงินและใช้ตั๋วเงินปลอมซึ่งต้องลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอมอีกกระทงหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสองโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักเอาเช็คธนาคารกสิกรไทยจำกัด (มหาชน) สาขาบางจาก รวม 6 ฉบับ เป็นเงินรวม 30 บาทของบริษัทฟู้ดแพค จำกัด ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 2และอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของนายสุภัทร เอกกุล ไป จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันกระทำความผิดโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้ วานให้จำเลยที่ 1 ปลอมเช็คอันเป็นตั๋วเงินของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)สาขาบางจาก จำนวน 2 ฉบับ โดยจำเลยที่ 2 ได้นำเอาแบบพิมพ์เช็คทั้งสองฉบับดังกล่าวซึ่งมีลายมือชื่อของนายสุภัทร เอกกุล กรรมการผู้มีอำนาจกระทำแทนบริษัทฟู้ดแฟค จำกัด และมีตราประทับของบริษัทดังกล่าวซึ่งได้ลงไว้ในฐานะผู้สั่งจ่ายแล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันกรอกข้อความในช่องวันที่สั่งจ่ายตัวเลข "14 - 2 - 43" และกรอกข้อความว่า "เงินสด" หลังคำว่า "จ่าย" และกรอกข้อความที่เป็นจำนวนเงินว่า "ห้าแสนหกหมื่นบาทถ้วน" และเป็นตัวเลข"560,000