สิทธิของโจทก์เหนือที่พิพาทเสียไปเพราะอายุความหรือไม่
ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่สวน การแย่งการครอบครองต้องถืออายุความ 9 ปี 10 ปี ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลย
โจทก์ได้รับโอนที่ดินจากนายบ้วนเมื่อปี 2472 และแผ้วถางปลูกผลอาสินทั่วพื้นที่ทั้งหมด ทำให้ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่สวน ต่อมานายโขกบุกรุกและขออาศัยเก็บกินจนตาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทครอบครองต่อโดยอาศัยสิทธิโจทก์ จำเลยเพิ่งโต้แย้งสิทธิโจทก์เป็นเวลาเพียงปีเศษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2508ขุนอนันตคีรีโจทก์นางหนุ้ยนุ้ย ทองปาน ที่ 1 กับพวกรวม 5 คนจำเลย ป.พ.พ. ม. 1375 กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 เดิมผู้มีชื่อได้ขอจับจองที่ดินและได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อปี 2469ต่อมาได้โอนที่ดินให้โจทก์เมื่อปี 2472 เจ้าพนักงานอำเภอได้บันทึกไว้ในใบเหยียบย่ำ เมื่อโจทก์ได้รับโอนมาแล้วก็แผ้วถางปลูกผลอาสินลงทั่วพื้นที่ทั้งหมดดังนี้ ที่พิพาทจึงเป็นที่สวนการแย่งการครอบครองจึงต้องถืออายุความ 9 ปี 10 ปี ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 จำเลยเพิ่งโต้แย้งสิทธิโจทก์เพียง 1 ปี สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เสียไปโจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2472 โจทก์ได้รับโอนที่ดินจากนายบ้วนแซ่โก หรือ บ้วนวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบเหยียบย่ำในปี 2469 จำเลยทั้ง 5 สมคบกันบุกรุกที่ของโจทก์และเข้าเก็บดอกผลด้วย ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารมิให้เข้าเกี่ยวข้องขัดขวางสิทธิของโจทก์ และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยพฤติการณ์ที่เป็นปรปักษ์ต่อโจทก์มาเป็นเวลาถึง 17 ปีเศษแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยได้โต้แย้งสิทธิโจทก์มาเกิน 1 ปีแล้ว โจทก์เพิ่งมาฟ้องเรียกคืนการครอบครองคดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ และเห็นว่าแม้จะเป็นการแย่งการครอบครอง ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่สวนก่อนปี 2475 การแย่งการครอบครองต้องใช้อายุความเสียสิทธิถึง 9 ปี 10 ปี จำเลยเพิ่งแย่งการครอบครองได้เพียงปีเศษเท่านั้น สิทธิโจทก์ยังไม่เสียไป จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ถือว่าโจทก์ยังคงมีสิทธิเหนือที่พิพาทอยู่จำเลยทั้ง 5 ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จ