การนับโทษจำเลยจะต้องหักวันที่ถูกคุมขังในฐานะบุคคลอันธพาล 30 วันออกจากกำหนดโทษตามคำพิพากษาหรือไม่
ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 ให้อำนาจพนักงานสอบสวนควบคุมบุคคลอันธพาลผู้กระทำละเมิดกฎหมายได้ครั้งแรกถึง 30 วัน แต่ต้องมีข้อหาว่าละเมิดกฎหมายและมีการสอบสวน หากการควบคุมในฐานะบุคคลอันธพาลเนื่องมาจากข้อหาเดียวกันกับคดี วันที่ถูกควบคุมดังกล่าวต้องหักออกจากกำหนดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ โดยให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ถูกควบคุมและถูกจำขังตลอดมา โดยหักวันที่ต้องถูกควบคุมในฐานะบุคคลอันธพาล 30 วันออกจากกำหนดโทษจำคุกตามคำพิพากษา
จำเลยถูกจับและถูกควบคุมในฐานะบุคคลอันธพาล 30 วัน เนื่องจากมีข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ต่อมาถูกฟ้องในข้อหาเดียวกันและศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 8 เดือน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2508พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายสมชาติ หรือนิพนธ์ แก้วสว่าง หรือบุญเมธาจำเลย ป.อ. ม. 22 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 43 ป.วิ.อ. ม. 87(1)ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 21 นั้นมุ่งหมายให้อำนาจพนักงานสอบสวนที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลผู้กระทำละเมิดกฎหมายได้มากขึ้นโดยให้อำนาจควบคุมครั้งแรกถึง 30 วันกล่าวคือ เป็นการขยายอำนาจการควบคุมครั้งแรกในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 87 นั้นเองแต่หาได้มุ่งหมายให้อำนาจที่จะควบคุมบุคคลอันธพาลไว้เฉยๆโดยไม่มีข้อหาว่าละเมิดกฎหมายและโดยไม่มีการสอบสวนไม่ เพราะฉะนั้นเจ้าพนักงานจึงไม่อาจที่จะควบคุมผู้ใดโดยอ้างว่าเป็นบุคคลอันธพาลแต่ปราศจากข้อกล่าวหาว่าผู้นั้นได้กระทำการละเมิดต่อกฎหมาย(2)ด้วยเหตุผลในข้อ 1 ข้างบนนี้เมื่อได้ความชัดว่าจำเลยถูกควบคุมมา 30 วันฐานเป็นบุคคลอันธพาลนั้นก็เพราะเนื่องมาจากถูกกล่าวหาว่ากระทำการละเมิดกฎหมายเช่น ลักทรัพย์หรือรับของโจรเป็นต้น ก็ชอบที่จะต้องหักวันที่ถูกควบคุมในฐานเป็นบุคคลอันธพาล 30 วันนั้นออกจากกำหนดโทษตามคำพิพากษาให้จำเลยด้วย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2508)โจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรรถจิ๊ปวิลลี่ของนายสนัด โชคชัย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357 และว่าระหว่างสอบสวนจำเลยมิได้ถูกควบคุมในคดีนี้ แต่ถูกควบคุมฐานเป็นบุคคลอันธพาลตั้งแต่วันถูกจับ (คือ 19 พฤศจิกายน 2506) และถูกควบคุมในคดีนี้ตั้งแต่ 19 ธันวาคม 2506จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร และว่าไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และไม่ได้เป็นบุคคลอันธพาลศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยผิดฐานรับของโจร ลดมาตราส่วนโทษและลดฐานรับสารภาพแล้ว คงจำคุกจำเล