ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311/2508

ประเด็นกฎหมาย

ผู้เช่าห้องจากผู้เช่าที่ดินซึ่งสัญญาเช่าที่ดินสิ้นสุดลงแล้ว เป็นบริวารของผู้เช่าที่ดิน และไม่อาจอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าต่อเจ้าของที่ดิน

หลักกฎหมาย

ผู้เช่าอาคารจากผู้เช่าที่ดินซึ่งไม่ได้เช่าที่ดินจากเจ้าของที่ดินโดยตรง ย่อมอาศัยสิทธิของผู้เช่าที่ดินเท่านั้น และตกอยู่ในฐานะบริวารของผู้เช่าที่ดิน จะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายควบคุมค่าเช่าต่อเจ้าของที่ดินไม่ได้ ทั้งนี้ กรณีสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดกับกรณีเลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนดเป็นเรื่องทำนองเดียวกั

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ผู้ร้องออกจากห้องพิพาท โดยผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ไม่มีสิทธิอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489 และพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ต่อโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกอาคาร เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า จำเลยต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำเลยผิดสัญญา โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยยอมออกและรื้อสิ่งปลูกสร้างอื่นหมดแล้ว คงเหลือแต่ห้องพิพาท 2 ห้องที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าห้องจากจำเลยไม่ยอมออก ผู้ร้องอ้างว่าเช่าโดยรู้เห็นยินยอมของโจทก์ จึงเป็นผู้เช่าช่วงจากโจทก์ ม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311/2508นางผาด อิศรางกูร ณ อยุธยาโจทก์นายไพโรจน์ มณีรังษีจำเลยนายคายเซ็ง แซ่โง้ว นายนิ่ม หรือนิ่น แซ่อุ่ยผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 142 (1) พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกอาคาร เมื่อครบกำหนดต้องรื้อไป ผู้เช่าอาคาร(ห้องแถว) ของจำเลยไม่ได้เช่าที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการอาศัยสิทธิของจำเลยเท่านั้นและตกอยู่ในฐานะบริวารของจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯและพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ ยันโจทก์ไม่ได้ กรณีสัญญาเช่าที่ดินครบกำหนดกับกรณีที่เลิกสัญญาเช่าก่อนครบกำหนด เป็นเรื่องทำนองเดียวกันคือผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินที่ให้เช่าคืน (อ้างฎีกาที่337/2500)จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ปลูกสร้างอาคาร เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปทั้งหมด จำเลยผิดสัญญาเช่าที่ดิน โจทก์จึงฟ้องขับไล่ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปจำเลยยอมออกไปและได้รื้อสิ่งปลูกสร้างอื่นไปหมดแล้ว คงเหลืออยู่แต่ห้องพิพาท 2 ห้องที่รื้อไม่ได้ เพราะผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เช่าห้องจากจำเลยอยู่แต่เดิมไม่ยอมออก โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับ ผู้ร้องโต้แย้งว่า เช่าห้องพิพาทโดยการรู้เห็นยินยอมของโจทก์ผู้ร้องจึงเป็นผู้เช่าช่วงจากโจทก์ มิใช่บริวารจำเลย ทั้งผู้ร้องเช่าเพื่ออยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน และพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504ศาลแพ่งไต่สวนแล้ว สั่งให้ผู้ร้องออกจากห้องพิพาทผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาว่า สัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยข้อ 7 มีข้อความว่า โจทก์ยอมให้จำเลยนำอาคารสิ่งปลูกสร้างไปให้เช่าได้ถือไ