ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยมีความผิดฐานนำเงินตราประเทศลาวและรองเท้าไม้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่
พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอรับฟังว่าจำเลยนำเงินกีบของกลางเข้ามาจากประเทศลาว และรองเท้าไม้ของกลางฟังไม่ได้ว่าจับได้จากจำเลย จึงยกฟ้อง
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำเงินตราประเทศลาว 948 ฉบับ เป็นเงิน 263,370 กีบ และรองเท้าไม้สตรีหรือรองเท้าแตะ 20 คู่ เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ โดยเงินกีบคืนจำเลย และรองเท้าไม้ของกลางจับได้จากนายประเสริฐ (ไม่ใ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 402/2508อัยการจังหวัดนครพนมโจทก์นางสุนันท์ ศรีธัญรัตน์จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 พ.ร.บ.ควบคุมการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490 ม. 9 แก้ไขโดย, ม. 3 ป.อ. ม. 33 ป.วิ.อ. ม. 186 (9) ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์ แต่รองเท้าไม้ของกลางจับได้จากนายประเสริฐ (ไม่ใช่จำเลย)เป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาตริบตามพระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2490 มาตรา 3 ซึ่งเป็นบทหนัก โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่ารองเท้าไม้นายประเสริฐถือมาอาจเป็นของนายประเสริฐเองแต่นายประเสริฐกลัวความผิดจึงปัดว่าเป็นของคนอื่น ไม่พอฟังว่าจับได้จากจำเลยพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (หมายเหตุ ศาลฎีกาพิพากษายืน มีผลถึงให้ริบรองเท้าไม้ของกลางได้ด้วยน่าจะเป็นเพราะมีการกระทำเกิดขึ้นแล้ว นายประเสริฐซึ่งเป็นเจ้าของรู้เห็นแล้วน่าจะไม่ขัดกับฎีกาที่225/2506 และเทียบเคียงได้กับฎีกาที่ 751/2507)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจนำเงินตราของประเทศลาว 948 ฉบับเป็นเงิน 263,370 กีบ เป็นของต้องกำกัดคิดเทียบเป็นเงินไทย 68,944.52 บาท เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่รับอนุญาต และนำรองเท้าไม้สตรีหรือรองเท้าแตะ20 คู่ รวมราคาของและค่าอากร 780 บาท เข้ามาในราชอาณาจักร โดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรโดยไม่รับอนุญาตมิได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พระราชบัญญัติว่าด้วยการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2482 มาตรา 3, 5พระราชบัญญัติควบคุมการส่งออกไปนอกและนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าบางอย่าง พ.ศ. 2482 มาตรา 3, 8, 9 ร