ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2508
ประเด็นกฎหมาย
ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการฟ้องซ้ำ การนำสืบหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลย และการอ้างพยานเพิ่มเติมในคดีขับไล่ผู้เช่า
หลักกฎหมาย
1. การฟ้องขับไล่ตามสัญญาเช่าหลังจากเคยฟ้องในฐานะบริวารไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะประเด็นต่างกัน 2. เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย โจทก์ย่อมนำสืบหักล้างได้ว่าจำเลยมิได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยแต่ทำเป็นโรงโสเภณี จึงไม่ได้รับความคุ้มครอง 3. เมื่อจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนและยังส
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ยกฎีกาจำเลย
ข้อเท็จจริงสำคัญ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวซึ่งจำเลยอ้างว่าเช่าจากนายเกียงผู้เช่าที่ดินโจทก์ โดยสัญญาเช่ามีกำหนดเกิน 3 ปีแต่ไม่ได้จดทะเบียน ครบ 3 ปีแล้วโจทก์บอกเลิกสัญญา จำเลยไม่ยอมออก จำเลยต่อสู้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ก่อนหน้านี้โจทก์เคยฟ้องขับไล่จ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 455/2508นายเติม จารุจินดา ที่ 1 นายชุณ จารุจินดา ที่ 2โจทก์นางสุมาลี คำนวนศิลป์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 85, ม. 88 วรรคสอง, ม. 148 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 การที่โจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยในคดีนี้ให้ออกจากตึกพิพาทในฐานะบริวารจำเลยในคดีอื่น ศาลสั่งว่าจำเลยไม่ใช่บริวาร โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยในคดีนี้ตามสัญญาเช่นนั้น ไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยให้การว่าเช่าตึกพิพาทเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโจทก์ย่อมนำสืบหักล้างข้อต่อสู้ของจำเลยได้ว่า จำเลยมิได้ใช้ตึกพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยหากแต่ทำเป็นโรงโสเภณีจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 เมื่อจำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนและยังสืบไม่เสร็จ โจทก์ย่อมอ้างพยานเพิ่มเติมได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 88 วรรคสองโจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวของโจทก์ ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นผู้เช่าจากนายเกียงผู้เช่าที่ดินโจทก์ปลูกตึกแถวและยกกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ จำเลยเช่าเพื่อทำการค้ามีกำหนดเกินกว่า 3 ปี แต่มิได้จดทะเบียน สัญญาเช่าจึงมีผลบังคับเพียง 3 ปี พ้นกำหนดแล้วโจทก์บอกเลิกการเช่าจำเลยก็ไม่ยอมออก ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยสู้ว่า จำเลยทำสัญญาเช่าตึกพิพาทกับนายเกียงมีกำหนด10 ปี โดยโจทก์รู้เห็นยินยอม และจะไปจดทะเบียนการเช่าให้ โจทก์จึงผูกพันตามสัญญาเช่าที่จำเลยกับนายเกียงได้กระทำต่อกัน สัญญายังไม่สิ้นอายุ และจำเลยไม่ได้ผิดสัญญา โจทก์ฟ้องซ้ำจำเลยเช่าอยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาขับไล่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกา