ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2508

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าความรู้ของผู้จัดการสาขาของบริษัทประกันภัยเกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการทำกรมธรรม์ประกันชีวิตจะถือเป็นความรู้ของบริษัทหรือไม่ และผลของกรมธรรม์เมื่อบ

หลักกฎหมาย

ผู้จัดการสาขาของบริษัทประกันภัยซึ่งมีหน้าที่เพียงหาผู้เอาประกันและดำเนินการเบื้องต้น มิใช่ตัวแทนของบริษัทในการทำกรมธรรม์ประกันชีวิต ดังนั้นความรู้ของผู้จัดการสาขาจึงไม่ถือเป็นความรู้ของบริษัท เมื่อบริษัทไม่รู้ข้อเท็จจริงหรือไม่ควรรู้ กรมธรรม์ประกันชีวิตย่อมเป็นโมฆียะ และเมื่อบอกล้างแล้วตกเป็นโมฆะ ผู

คำวินิจฉัย

ผู้รับประโยชน์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าประกัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้จัดการสาขาของบริษัทจำเลยซึ่งประกอบธุรกิจรับประกันภัยและประกันชีวิตเป็นเพียงผู้หาผู้ที่จะเอาประกันและดำเนินการเบื้องต้นเท่านั้น มิใช่ตัวแทนของบริษัทจำเลยในการทำกรมธรรม์ประกันชีวิต อำนาจในการรับประกันเป็นของสำนักงานใหญ่ และข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ข้อความจริงหรือรู้ว่าข้อแถลงเป็นความเท็จหร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2508นางแตงโม เสมา โดยนายประสิทธิ จึงสง่า ผู้รับมอบอำนาจโจทก์บริษัทอาคเนย์ประกันภัย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. เมื่อผู้จัดการสาขาของบริษัทจำเลยซึ่งประกอบธุรกิจการค้าในทางรับประกันภัยและประกันชีวิตเป็นเพียงผู้หาผู้ที่จะเอาประกันและดำเนินการเบื้องต้นเท่านั้นมิใช่ตัวแทนของบริษัทจำเลยในการทำกรมธรรม์ประกันชีวิตอำนาจในการที่จะรับประกันหรือไม่เป็นอำนาจของสำนักงานใหญ่การที่ผู้จัดการสาขารู้ข้อความจริง จะถือว่าบริษัทจำเลยต้องรู้ข้อความจริงด้วยหาได้ไม่ เมื่อข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยรู้ข้อความจริงหรือรู้ว่าข้อแถลงเป็นความเท็จหรือควรจะรู้กรรมธรรม์ประกันชีวิตก็ตกเป็นโมฆียะเมื่อผู้รับประกันบอกล้างแล้ว ก็ตกเป็นโมฆะ ผู้รับประโยชน์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินค่าประกัน(มณี ชุติวงศ์-ประกอบ หุตะสิงห์-กิตติ สีหนนทน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ