ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2508
ประเด็นกฎหมาย
สิทธิในทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมในสินสมรสที่สามีภริยาทำการสมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
หลักกฎหมาย
สามีภริยาที่สมรสก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 สินสมรสของภริยามีอยู่ 1 ใน 3 และของสามีมีอยู่ 2 ใน 3 ตามมาตรา 1477 สามีภริยาทำพินัยกรรมยกทรัพย์อันเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้อื่นได้เฉพาะแต่ที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น ผู้ที่ครอบครองโดยไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทเพียง 1 ใน 3 ส่วนตามพินัยกรรมของนางเจียม ส่วนอีก 2 ใน 3 เป็นของนายหลำซึ่งทำพินัยกรรมยกให้จำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์เพราะไม่มีเจตนาครอบครอง
ข้อเท็จจริงสำคัญ
นางเจียมและนายหลำเป็นสามีภริยากันก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส นางเจียมทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้โจทก์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2476 โดยนายหลำรู้เห็นยินยอม ต่อมานางเจียมถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2478 นายหลำทำพินัยกรรมฉบับลงวันที่ 21 ตุลาคม 2481 ยกส่วนของตน 2 ใน 3 ให้จำเลยและยกเลิกพินัย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 816/2508วัดท้ายเมือง โดยนายพลอย มีสงฆ์ไวยาวัจกร ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นางสาวรังสาต พตด้วงจำเลย ป.พ.พ. ม. 801, ม. 1382, ม. 1477, ม. 1653 ป.วิ.พ. ม. 60 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 72 สามีภริยาซึ่งทำการสมรสกันก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สินสมรสของภริยามีอยู่ 1 ใน3 และของสามีมีอยู่ 2 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1477 สามีภริยาทำพินัยกรรมยกทรัพย์อันเป็นสินบริคณห์ให้แก่ผู้อื่นได้เฉพาะแต่ที่เป็นส่วนของตนเท่านั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1653 ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้เท่านั้น มิได้ห้ามศาลไม่ให้รับฟังคำบุคคลเหล่านี้เป็นพยาน ผู้ที่ครอบครองมิได้มีเจตนาครอบครองที่พิพาท ไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์ เดิมโจทก์มอบอำนาจให้ไวยาวัจกรดำเนินคดี ต่อมาไวยาวัจกรตาย โจทก์จึงมอบอำนาจให้บุคคลอีกคนหนึ่งดำเนินคดีต่อไปในชั้นฎีกาผู้รับมอบอำนาจคนหลังจึงมีสิทธิยื่นฎีกาได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2476 นางเจียม แซ่นิ้มได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ที่มีอยู่ในเวลานั้นและที่จะมีต่อไปให้แก่โจทก์ สามีของนางเจียมรู้เห็นด้วย นางเจียมตายวันที่ 20 เมษายน 2478 โจทก์ได้เข้าครอบครองมรดกของนางเจียมทั้งหมดโดยสงบเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา 25 ปีแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2501 โจทก์นำพินัยกรรมของนางเจียมไปขอรับมรดกต่อสำนักงานที่ดิน จำเลยซึ่งมิใช่ทายาทโดยธรรมของนางเจียม นายหลำสามีนางเจียมได้คัดค้านว่า นายหลำได้ทำพินัยกรรมยกสินสมรสของนายหลำสองในสามส่วนในกองมรดกของนางเจียมให้แก่จำเลยตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2481 นายสมพลบิดาจำเลยกับพยานในพินัยกรรมได้สมคบกันปลอมพินัยกรรมขึ้นเพื่อแย