ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นเป็นคำมั่นตามมาตรา 362 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และข้อ 19 ไม่ทำให้คำมั่นตกเป็นโมฆะตามมาตรา 152
ระเบียบที่ส่งไปยังหน่วยงานอื่นและมีการออกแจ้งความ รวมทั้งให้ข้าราชการนอกสังกัดมีอำนาจรับแจ้งความ ถือเป็นการออกโฆษณาภายนอกซึ่งเป็นคำมั่นจะให้รางวัลตามมาตรา 362 และข้อกำหนดที่ให้อำนาจไม่จ่ายหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบต้องมีเหตุผลที่ชอบที่ควร ไม่ใช่สุดแล้วแต่ใจ จึงไม่ทำให้คำมั่นตกเป็นโมฆะตามมาตรา 152
พิพากษายืนตามศาลล่าง ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายเงินรางวัล 446,457.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2498 จนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์จับฝิ่นของกลางโดยชอบแต่ไม่มีตัวผู้ต้องหา กรมสรรพสามิตส่งระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นไปยังกรมศุลกากรและกรมตำรวจ และกรมตำรวจได้ออกแจ้งความ ระเบียบข้อ 15 ให้ข้าราชการนอกสังกัดมีอำนาจรับแจ้งความ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2508ร้อยตำรวจเอกจรูญ บัวอ่อน ที่ 1 นายอยู่ฮิม ตันสหวัฒน์ ที่ 2โจทก์โดยร้อยตำรวจเอกจรูญ บัวอ่อน ผู้รับมอบอำนาจโจทก์กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ ในฐานะจำเลยรัฐมนตรีว่าการ ที่ 1 กรมสรรพสามิต โดยหม่อมราชวงศ์ทันพงษ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 152, ม. 165, ม. 362 ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่น พ.ศ.2490 ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นของกรมสรรพสามิตที่มีข้อความระบุให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจผู้กำกับการตำรวจ นายอำเภอหรือปลัดกิ่งอำเภอมีอำนาจรับแจ้งความจากผู้ขอรับเงินรางวัลนำจับได้นั้น เมื่อได้ส่งไปยังกรมศุลกากรและกรมตำรวจ จนกระทั่งกรมตำรวจได้ออกแจ้งความต่อไปอีกนั้น ไม่เพียงแต่เป็นระเบียบภายในเท่านั้น แต่เป็นการออกโฆษณาภายนอกซึ่งคำมั่นที่จะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น เข้าลักษณะออกโฆษณาให้คำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 แล้วคำมั่นจะให้รางวัลตามระเบียบนี้ ถ้าจะไม่จ่ายเงินรางวัลหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบแล้ว จะต้องมีเหตุผลที่ชอบที่ควร หาใช่ว่าสุดแล้วแต่ใจโดยไม่มีเหตุที่ชอบที่ควรไม่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรับผิดชอบร่วมกันและแทนกันจ่ายเงินรางวัลฝิ่นให้โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 558,071.60 บาท กับดอกเบี้ยอีกเป็นเงิน 184,801 บาทจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์กับพวกเป็นผู้แจ้งความนำจับและทำการจับกุมฝิ่นรายนี้โดยชอบ มีสิทธิได้รับรางวัลนำจับตามระเบียบของกระทรวงการคลังจำเลย แต่ปรากฏว่าจับได้เฉพาะของกลาง ไม่มีตัวผู้ต้องหา โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รางวัลเพียง 4 ใน 5 เท่านั้นจึงพิพากษาให้จำเลยที่ 1, 2 จ่ายเงินรางวัล 446,457.28 บาทกับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแ