ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2508

ประเด็นกฎหมาย

การใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้าและการไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ ทำให้จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489

หลักกฎหมาย

การเช่าที่ดินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หากไม่มี ถือเป็นเพียงการอาศัย และการใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้าไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านและเลี้ยงสัตว์ในที่พิพาท บริวารตั้งโรงทำไอสครีม จำเลยที่ 2 เลี้ยงสัตว์และตั้งโรงทำเต้าหู้ขาย โดยไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ และโจทก์บอกเลิกการอาศัยแล้ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2508นางยิ้ม มาลยมานโจทก์นายบุ๊น หรือวุ้น แซ่ฉั่ว ที่ 1จำเลยนางเลื่อน อังกาบศรี ที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 ป.พ.พ. ม. 538จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทและเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ส่วนบริวารจำเลยนอกจากจะเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ ยังตั้งโรงทำไอสครีมและโรงทำเต้าหู้ขาย จึงเป็นการใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้า หากจะฟังว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทด้วยการเช่า จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯการเช่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดมาแสดงว่ายอมให้เช่า เมื่อไม่มีก็ต้องฟังตามโจทก์ว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ซึ่งมิใช่สิทธิในการเช่า เมื่อโจทก์บอกเลิกการอาศัยแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาทได้ต่อไปโจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยออกไปจากที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหายจำเลยสู้ว่า จำเลยเช่าและได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ. 2489ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทและเลี้ยงหมูเป็ด ไก่ กับขุดบ่อเลี้ยงปลาขาย และบริวารปลูกโรงทำไอสครีมให้ผู้อื่นรับไปขายและขายเองด้วย จำเลยที่ 2 มีบ้านอยู่ใกล้ ๆ ที่พิพาท แต่ได้ใช้ที่พิพาทเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ขายและเข้าหุ้นกับคนอื่น ตั้งโรงทำเต้าหู้ขายในที่พิพาท จนกระทั่งสามีตายจึงได้ถอนหุ้น แต่โรงเต้าหู้ยังคงดำเนินกิจการอยู่นั้นเป็นการใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้า หากจะฟังว่าจำเลยทั้งสองได้อยู่ในที่