ภาระการพิสูจน์ในคดีภาษีอากรเมื่อผู้เสียภาษีฟ้องโต้แย้งการประเมิน
ตามประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแจ้งให้เสียภาษีเพิ่มได้ ผู้รับแจ้งมีหน้าที่ชำระ เว้นแต่อุทธรณ์หรือฟ้องคดี เมื่อโจทก์ฟ้องว่าการเรียกเก็บภาษีไม่ถูกต้อง โจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อนว่าการประเมินไม่ชอบ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์
เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมกับเงินเพิ่ม โจทก์อุทธรณ์แล้วถูกยก อ้างว่าซื้อแร่จากบุคคลอื่นไม่ใช่ขุดเอง และขายสิทธิเหมืองได้เงินไม่ครบตามสัญญา แต่พยานหลักฐานสับสนและไม่มีเอกสารลดราคา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1334/2508ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจนกิจ โดยนายเจนกิจ ปัจจักขภัติโจทก์หุ้นส่วนผู้จัดการโจทก์กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตะบุตร อธิบดี ที่ 1จำเลยเจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ภาค 8 โดยนายอำนาจ จ๋วงพานิช ที่ 2จำเลยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภาค 8จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 ป.รัษฎากร ตามประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจแก้จำนวนเงินที่ประเมินแล้วแจ้งให้เสียภาษีเพิ่มได้ตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้รับแจ้งมีหน้าที่ต้องชำระเงินตามที่เจ้าพนักงานแจ้งให้ทราบ เว้นแต่ผู้รับแจ้งจะได้อุทธรณ์หรือฟ้องต่อศาลแล้วกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ฉะนั้น เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องก็ย่อมเป็นการกล่าวอ้างว่า การเรียกเก็บภาษีของจำเลยซึ่งมีผลอยู่นั้นเป็นการไม่ถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าเป็นจริงดังที่โจทก์กล่าวอ้าง โจทก์จึงมีหน้าที่นำสืบก่อนโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ด้วยความเห็นชอบของจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมกับเงินเพิ่มโจทก์ไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้ยกอุทธรณ์โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์เสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมกับเงินเพิ่ม เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยกระทำหน้าที่โดยชอบด้วยระเบียบและกฎหมาย รายการที่โจทก์ทำขึ้นเพื่อคำนวณภาษีเงินได้บ่ายเบี่ยงเพื่อหลีกเลี่ยงให้เสียน้อยลงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยได้ แต่ความเห็นและคำสั่งของเจ้าพนักงานภาษีเงินได้ทำไปโดยถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์ฎีกาประเด็นเรื่องเรียกเก็บภาษีจากโจทก์เป็นการถูกต