ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6721/2544ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชนโจทก์นาย สุวิทย์ พงศ์จรัสพันธุ์ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 204ศาลชั้นต้นมีคำสั่งนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์วันที่ 13 กันยายน 2543 จำเลยทราบนัดแล้วไม่มาศาลในวันดังกล่าว จึงต้องถือว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 200 วรรคหนึ่ง และศาลชั้นต้นชอบที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นไปฝ่ายเดียวตามมาตรา 204 ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จนแล้วเสร็จโดยจำเลยมิได้อยู่ในศาล ก็มีอำนาจพิพากษาคดีไปเสียทีเดียวตามมาตรา 204 กรณีไม่ต้องด้วยมาตรา 206 วรรคสาม และวรรคสี่(1) ที่ให้สิทธิแก่คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณานำพยานเข้าสืบได้หากมาศาลยังไม่พ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบ เพราะจำเลยมิได้มาศาลในวันสืบพยานฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและมีคำพิพากษาในวันนั้นจึงไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบตามมาตรา 27โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้จำนวน11,271,875.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.50 บาท ของต้นเงินจำนวน 10,623,109.23 บาท นับถัดจากวันฟ้อง จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จสิ้น หากไม่ชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การชั้นพิจารณา จำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันสืบพยาน ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 204 โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปากและแถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในวันเดียวกันศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วม