ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6759/2544

ประเด็นกฎหมาย

ความสมบูรณ์ของสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรที่ผู้จัดสรรยังไม่ได้รับใบอนุญาต และการผิดสัญญาของคู่กรณี

หลักกฎหมาย

การฝ่าฝืนประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 เรื่องการจัดสรรที่ดินโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นเรื่องของรัฐในการควบคุมสาธารณูปโภค ไม่ทำให้สัญญาจะซื้อจะขายเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 หรือเป็นโมฆียะตามมาตรา 159 เว้นแต่จะมีกลฉ้อฉล การไม่แจ้งว่าไม่มีใบอนุญาตไม่ถือเป็นกลฉ้อฉล

คำวินิจฉัย

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะหรือโมฆียะ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินที่ชำระแล้วได้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรเมื่อปี 2536 โดยจำเลยยังไม่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน (ได้รับในปี 2538) โจทก์ชำระเงินบางส่วนแล้วหยุดชำระ จำเลยมีหนังสือเตือนและบอกเลิกสัญญา โจทก์ฟ้องขอให้คืนเงินอ้างสัญญาเป็นโมฆียะ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6759/2544นางสาว นุสรา บุญกนิฐโจทก์บริษัท เวิลด์ แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 150, ม. 159 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกันในปี 2536แต่จำเลยเพิ่งได้รับใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดินจากคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินเมื่อปี 2538 ดังนั้น ขณะจำเลยจัดสรรที่ดินในโครงการออกเสนอขายต่อโจทก์และบุคคลทั่วไป จำเลยยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286ข้อ 10 ประกอบข้อ 35 แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นเรื่องของรัฐที่จะเข้าไปควบคุมให้จำเลยหรือผู้จะจัดสรรที่ดินได้ดำเนินการด้านสาธารณูปโภคให้เป็นไปตามที่ทางราชการกำหนดเพื่อความสะดวกสบายของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรเท่านั้น ซึ่งเป็นคนละส่วนกับการที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท และตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทก็ไม่ปรากฏว่ามีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งใด ๆตามกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันจะทำให้เป็นโมฆะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 ทั้งจำเลยมิได้กระทำการใดอันเป็นกลฉ้อฉลทำให้โจทก์ต้องเข้าทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกับจำเลย การที่จำเลยยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดินในขณะที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกันนั้น แม้จำเลยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบก็ไม่ถึงกับให้รับฟังว่าเป็นกลฉ้อฉลของจำเลยอันจะทำให้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นโมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 159 สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกำหนดให้โจทก์ชำระเงินเป็นงวด งวดละเดือนรวม 20 งวด