ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2545

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของผู้จัดการมรดกในการติดตามเอาคืนสินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่งจากทายาทอีกฝ่ายหนึ่ง แม้จะเกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย

หลักกฎหมาย

สินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่ง ผู้จัดการมรดกของคู่สมรสฝ่ายที่ตายมีสิทธิติดตามเอาคืนมาเพื่อจัดการแบ่งแก่ทายาทได้ แม้เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกถึงแก่กรรม คดีไม่ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1748

คำวินิจฉัย

โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางหลีชิดมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายวีระส่งมอบทรัพย์สินส่วนของนางหลีชิดให้โจทก์เพื่อจัดแบ่งแก่ทายาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายวีระและนางหลีชิดอยู่กินฉันสามีภริยาก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 เดิม นางหลีชิดถึงแก่ความตายเมื่อปี 2484 ที่ดินพิพาทได้มาก่อนปี 2484 จึงเป็นสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย ต้องแบ่งให้ชาย 2 ส่วน หญิง 1 ส่วน ต่อมานายวีระทำพินัยกรรมยกทรัพย์ทั้งหมดให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยร่วม โดยไม่รวมโจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 139/2545นาย สุเมธหรือตันเกียงเส็ง ตัณฑปุตตะหรือแซ่ตันโจทก์นาย วิวัฒน์ ตัณฑปุตตะ กับพวกจำเลยจำเลยร่วมจำเลยนาง ลาวัลย์ คงคา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1646, ม. 1748, ม. 1754 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 72 ว. และ ห. อยู่กินฉันสามีภริยาที่ประเทศมาเลเซียประมาณ 90 ปีมาแล้ว จึงเป็นสามีภริยาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม ห. ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2484 อันเป็นปีที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 แล้ว จึงต้องนำกฎหมายลักษณะผัวเมียมาใช้กับการแบ่งสินสมรส โดยบทที่ 72 กำหนดให้ทรัพย์ที่บิดามารดาหรือญาติฝ่ายหญิงหรือชายให้ไว้ในวันแต่งงานให้เป็นสินเดิมถ้าให้เมื่ออยู่กินเป็นผัวเมียกันแล้วให้เป็นสินสมรส ดังนั้นถ้าได้ทรัพย์มาก่อนปี 2484 ก็ต้องแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยากันตามบทที่ 68 คือ ถ้าชายและหญิงต่างมีสินเดิม ให้คืนสินเดิมแก่แต่ละฝ่าย ส่วนสินสมรสให้แบ่งเป็น 3 ส่วน ชายได้ 2 ส่วนหญิงได้ 1 ส่วน ถ้าต่างฝ่ายไม่มีสินเดิมก็แบ่งสินสมรสแบบเดียวกันแต่ถ้าได้ทรัพย์มาภายหลังจากที่คู่สมรสของตนถึงแก่กรรมไปแล้วทรัพย์ดังกล่าวย่อมไม่ใช่สินสมรสที่จะแบ่งระหว่างสามีภริยาอีกต่อไป เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินพิพาทได้มาก่อนปี 2484 จึงเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งระหว่างสามีภริยาตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย โดย ว. ได้ 2 ส่วน ห. ได้ 1 ส่วน หลังจากนั้นส่วนของ ว. จึงตกทอดเป็นมรดกที่ ว. มีสิทธิทำพินัยกรรมยกให้แก่จำเลยที่ 1ถึงที่ 3 กับจำเลยร่วมที่ 2 และที่ 3 ได้ ส่วนของ ห. นั้น โจทก์ผู้จัดการมรดกย่อมมีสิทธิเรียกให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ว. ส่งมอบทรัพย์ดังกล่าวแก่โจทก์เพื่อจัดแบ่งให้แก่ทายาทของ ห. โดย ว. หามีสิทธิทำพิ