ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.รัษฎากร ม. 72
  • มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1431/2545กรมสรรพากรโจทก์บริษัท สินเพชรรัตน์ จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 7 ป.รัษฎากร ม. 72จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีไม่ได้ร้องขอให้ศาลสั่งว่าบริษัทจำเลยที่ 1 ล้มละลาย แต่ความรับผิดร่วมกันในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นการยื่นรายการของบริษัทและนำเงินของบริษัทไปชำระค่าภาษี เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านอกจากสิทธิเรียกร้องในเงินที่จำเลยที่ 1 ฝากไว้แก่ธนาคารซึ่งโจทก์ได้อายัดและนำมาชำระค่าภาษีบางส่วนแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่มีทรัพย์สินอื่นอีก และไม่มีการแบ่งปันทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 คืนแก่ผู้ถือหุ้นจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีของจำเลยที่ 1 เป็นส่วนตัว บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2) เป็นการกำหนดว่า ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่เกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร มิใช่บทบัญญัติว่าผู้ใดจะต้องรับผิดในหนี้ค่าภาษีอากโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ต่อมาได้จดทะเบียนเลิกบริษัทเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2541 และจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2541 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2538 โจทก์ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีจำเลยที่ 1 เนื่องจากมีเหตุเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีและยื่นแบบประมาณการกำไรสุทธิไว้ไม่ถูกต้องสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2534 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2534 และรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 ถึงวันท