ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2545

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ในเรื่องการมอบอำนาจและการบอกกล่าวบังคับจำนอง รวมถึงการรับฟังพยานเอกสารที่ไม่มีอากรแสตมป์ และการทิ้งฟ้อง

หลักกฎหมาย

1. มาตรา 60 ป.วิ.พ. ไม่ได้บังคับว่าวันที่ในหนังสือมอบอำนาจต้องตรงกับวันที่มอบอำนาจจริง ผู้เกี่ยวข้องสามารถลงลายมือชื่อภายหลังได้ 2. การบอกกล่าวบังคับจำนองก่อนได้รับมอบอำนาจ แต่โจทก์ฟ้องคดีถือเป็นการให้สัตยาบันตาม ป.พ.พ. มาตรา 823 วรรคหนึ่ง ทำให้การบอกกล่าวมีผลสมบูรณ์ 3. โจทก์เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.ธ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 4

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำสัญญากู้เงินจากโจทก์เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2539 จำนวน 331,000 บาท พร้อมจดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกัน นายชัยวัฒน์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2541 ก่อนได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ (ซึ่งมอบอำนาจเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2541) โจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 แ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1434/2545ธนาคาร อาคารสงเคราะห์โจทก์นาย ชัย วงศ์คำจันทร์จำเลย ป.พ.พ. ม. 823 ป.วิ.พ. ม. 60, ม. 174 ป.รัษฎากร ม. 118 พ.ร.บ.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ.2496 บทบัญญัติมาตรา 60 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ได้บังคับว่าในการมอบอำนาจแก่กันนั้น วันที่ลงในหนังสือมอบอำนาจจะต้องเป็นวันที่เดียวกันกับวันที่มีการมอบอำนาจกันจริง ทั้งผู้มอบอำนาจผู้รับมอบอำนาจ และพยานผู้รู้เห็นการมอบอำนาจก็ย่อมจะลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจในภายหลังที่มีการมอบอำนาจกันแล้วได้ ไม่ถือเป็นการต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวช. มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยก่อนที่จะได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ แต่โจทก์ได้ยอมรับเอาการบอกกล่าวบังคับจำนองที่ ช. ได้กระทำไปในนามของโจทก์โดยได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้แล้ว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้ให้สัตยาบันแก่การนั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 823 วรรคหนึ่ง ถือได้ว่าโจทก์ได้บอกกล่าวบังคับจำนองแก่จำเลยแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์พ.ศ. 2496 ได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ในเอกสารต่าง ๆ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500 เป็นสิ่งที่ศาลรู้เอง โจทก์ไม่ต้องนำสืบศาลก็รับฟังพยานเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้ โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2541 ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องหมายเรียกส่งสำเนาให้จำเลยโดยให้โจทก์นำส่งภายใน 7 วันหากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 10 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้ หากไม่แถลงให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2541 ต่อศาลชั้นต้นขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับภูมิลำเนาของจำเลยและได้ยื่นคำแถลงลงวันที่ 5พฤศจิกายน 2