ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82 - 86/2506

ประเด็นกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ของคุรุสภาไม่ใช่ข้าราชการ การยักยอกเงินของคุรุสภาจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147, 151 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แต่เป็นความผิดฐานยักยอกตามมาตรา 35

หลักกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ของคุรุสภาไม่ใช่ข้าราชการ เพราะพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 ไม่ได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ได้รับแต่งตั้ง และเงินของคุรุสภาไม่ใช่เงินงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้น การยักยอกเงินของคุรุสภาจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147, 151 แม้จำเลยจะเป็นข้าราชการ แต่เมื่อเงินที่ยักยอกไม่ใช่เงินของราชการ ก็ลงโทษตามมาตรา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 แทนมาตรา 147, 151 และให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 265 ตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นครูและสมาชิกคุรุสภา ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าหน้าที่การเงินขององค์การช่วยเหลือเพื่อสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) มีหน้าที่รับ จ่ายเงินค่าจัดการศพและเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำเลยรับเงินจากธนาคารออมสินเพื่อจ่ายให้ผู้มีสิทธิ แต่ยักยอกเงินนั้นเสีย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 82 - 86/2506พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานีโจทก์นายอัมพร เติมทรัพย์ ที่ 1จำเลยนางไกรสร เติมทรัพย์ ที่ 2จำเลยพนักงานอัยการ ฯลฯโจทก์นายอัมพร เติมทรัพย์ (รวม 4 สำนวนจำเลย ป.อ. ม. 147, ม. 151, ม. 352 ป.วิ.อ. ม. 1 (4), ม. 39 (2), ม. 120, ม. 121, ม. 158, ม. 176, ม. 192, ม. 193, ม. 195 พ.ร.บ.ครู พ.ศ.2488 เจ้าหน้าที่ของคุรุสภาไม่ใช่ข้าราชการ แม้ยักยอกเงินในหน้าที่ก็ไม่ใช่กระทำผิดในฐานะเจ้าพนักงาน เงินของคุรุสภาไม่ใช่เงินงบประมาณของแผ่นดิน แม้จำเลยจะเป็นข้าราชการ แต่เมื่อเงินที่ยักยอกไม่ใช่เงินของราชการหรืออยู่ในความรักษาของราชการ จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,151 ไม่ได้ และแม้จำเลยมิได้ยกข้อนี้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์ ก็ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้โจทก์บรรยายฟ้องเป็นความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 แต่ขอให้ลงโทษตามมาตรา 147,151 ศาลย่อมลงโทษตามมาตรา 352 ได้ฟ้องบรรยายว่าผู้เสียหายร้องทุกข์แล้ว จำเลยยื่นคำให้การรับสารภาพพร้อมด้วยคำแถลงซึ่งระบุว่ารับสารภาพตามฟ้องทุกประการ แสดงว่ารับสารภาพตลอดถึงเรื่องร้องทุกข์ด้วยคดีความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ แม้ผู้เสียหายจะพอใจตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ก็ยังมีสิทธิอุทธรณ์จำเลยได้รับมอบหมายให้ไปรับเงินของคุรุสภาจากธนาคารออมสินเพื่อจ่ายให้แก่นางสำรวย จำเลยรับเงินแล้วยักยอกเสีย เงินก็ยังเป็นของคุรุสภาอยู่ นางสำรวยไม่ใช่ผู้เสียหายไม่อาจถอนคำร้องทุกข์ให้คดีระงับไปเจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายมีหนังสือถึงจำเลยความว่าเงินที่จำเลยยักยอกไปนั้นทางคุรุสภาประจำจังหวัดได้รับคืนจากจำเลยแล้ว ไม่ประสงค์จะให้จำเลยได้รับโทษทางอาญาต่อไป ดังนี้ ไม่ใช่การถอนคำร้องทุกข์หรือการยอมความโจทก์ฟ้องว่า นาง