ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2506

ประเด็นกฎหมาย

การที่เจ้าพนักงานใช้ดุลพินิจยกเลิกเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลจะเข้าไปสอดแทรกได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

การอนุญาตให้ทำเหมืองแร่เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยตรงตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 8 พ.ศ. 2485 และมาตรา 21 ข้อ 3 วรรคสุดท้ายให้อำนาจเจ้าพนักงานใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ เมื่อเจ้าพนักงานปฏิบัติการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลจะไม่พึงใช้อำ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทับที่ดินซึ่งเดิมเป็นประทานบัตรของนายเล่ง สุกจั่น โดยอ้างว่านายเล่งถึงแก่กรรมแล้ว ทำให้ประทานบัตรหมดอายุ เจ้าพนักงานสอบสวนแล้วเห็นว่าหลักฐานของโจทก์ไม่เพียงพอหักล้างคำให้การของญาติที่นายเล่งยังมีชีวิตอยู่ จึงสั่งยกเลิกเรื่องราวของโจทก์ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งแล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.วิ.พ. ม. 55
  • มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 231/2506นายวิม มติธรรมโจทก์จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยนายฉลอง รมิตานนท์ ในตำแหน่งจำเลยผู้ว่าราชการจังหวัดกับพวกรวม 3 คนจำเลยผู้ร้องสอดจำเลยนายเล่ง สุกจั่น โดยนางกิมซ้อน ลิมปิยะกุลจำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ พ.ศ.2461 ม. 4, ม. 21, ข้อ 3, ข้อ 46 พ.ร.บ.การทำเหมืองแร่ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2485 ม. 3การที่จะอนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำเหมืองแร่นั้นเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่โดยตรง เจ้าพนักงานผู้พิจารณาเรื่องราวตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้ ถ้าเจ้าพนักงานได้ปฏิบัติการไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลย่อมจะไม่พึงใช้อำนาจเข้าไปสอดแทรกแต่ประการใดการปฏิบัติของเจ้าพนักงานในการพิจารณาเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทับที่และใช้ดุลพินิจสั่งการอันถือว่าเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินทำเหมืองแร่ 2 แปลง ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดิมเป็น (ที่ดินมี) ประทานบัตรที่ 5607/6343 และเป็นที่ขังมูลดินทรายของนายเล่ง สุกจั่น ต่อมาโจทก์ทราบว่านายเล่ง สุกจั่น ตายที่ประเทศจีน (ที่ดิน) ประทานบัตรและที่ขังมูลทราย 2 แปลงนี้จึงตกเป็นที่ว่างเปล่า หมดอายุตามพระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 มาตรา 46 โจทก์จึงยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ทับที่ทั้ง 2 แปลงนี้ ต่อโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับเรื่องราวของโจทก์และจดทะเบียนแปลงที่ 1 ไว้เป็นเรื่องราวที่ 18/2500 แปลงที่ 2 เป็นเรื่องราวที่ 19/2500 โดยโจทก์ได้วางเงินค่าธรรมเนียมไว้ครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 โดยโลหกิจจังหวัดสุราษฎร์ธานีเจ้าหน้าที่ตัวแทนของจำเลยทั้งสาม ได้สั่งยกเลิกเรื่องราวที่18/25