ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237 - 244/2506

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินคดีเมื่อจำเลยตายก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์ การคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 และสิทธิเรียกค่าเช่าที

หลักกฎหมาย

1. คดีที่จำเลยตายก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์ จะดำเนินต่อไปได้ต่อเมื่อมีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนและศาลมีคำสั่งอนุญาต 2. การคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 มีเฉพาะในระหว่างอายุสัญญาเช่า เมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเป็นการเช่าไม่มีกำหนดเวลา ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้ 3. การที่จำเลยให

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า คดีที่นางสายเป็นจำเลย ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับแก่นางสายนั้นเสีย ให้ศาลอุทธรณ์จัดการดำเนินคดีนี้เสียใหม่ ให้ขับไล่จำเลยทั้ง 7 สำนวนพร้อมทั้งบริวารออกจากนาที่เช่า และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ส่วนค่าเช่าที่ค้างเป็นอันไม่ต้องชำระ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง 8 สำนวนว่าเช่านาของโจทก์โดยไม่มีสัญญาเช่ามาเป็นเวลา 10 ปี จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แต่จำเลยไม่ออกจากที่นา จำเลยรายหนึ่งตายก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์ การเช่าได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านาเพียงถึง พ.ศ. 2499 หลังจากนั้นเป็นการเช่าไม่มีกำหนดเวลา โจทก์บอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237 - 244/2506พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงรำไพประภาโจทก์โดยนายประพันธ์ อาจสำอาง ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นางไล้ อ่วมสืบเชื้อ หรือเผือกถีจำเลยกับจำเลยอื่นๆรวม 8 สำนวนจำเลย ป.พ.พ. ม. 538 ป.วิ.พ. ม. 42, ม. 43 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2493 คดีที่จำเลยตายเสียก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์นั้น จะดำเนินต่อไปก็ได้เมื่อได้มีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลจะต้องมีคำสั่งอนุญาตด้วยการคุ้มครองที่จะได้รับตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ.2493 ในกรณีที่จะบังคับไม่ให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาเช่าและขับไล่ผู้เช่าออกจากที่นานั้น จะมีได้ก็แต่ในระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีอายุอยู่เท่านั้นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือเมื่อผู้ให้เช่าเป็นโจทก์ฟ้องแม้จำเลยให้การรับว่าได้เป็นผู้เช่าแต่ต่อสู้ไม่ยอมออกจากที่เช่านั้น หาใช่หลักฐานเป็นหนังสืออันโจทก์จะฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างได้ไม่คดี 8 สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องมีใจความว่าจำเลยทั้ง 8 สำนวนต่างเช่านาของโจทก์โดยไม่มีสัญญาเช่ามาเป็นเวลา 10 ปี จำเลยไม่ชำระค่าเช่า โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แต่จำเลยไม่ออกจากที่นา ขอให้บังคับจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง 8 สำนวนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยทั้ง 8 สำนวนพร้อมทั้งบริวารออกจากนาที่เช่าและให้จำเลยใช้ค่าเช่ากับค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วยจำเลยทั้ง 8 สำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่านางสายจำเลยได้ตายเสียก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์เช่นนี้ คดีจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อได้มีบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลจะต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตในการที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทนตาม