ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2506

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าคดีละเมิดของเทศบาลที่ฟ้องนายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาลขาดอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 หรือไม่ และระเบียบกระทรวงมหาดไทยข้อ 21 จะใช้กำหนดตัวผู

หลักกฎหมาย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยข้อ 21 และระเบียบการคลังข้อ 27 เป็นระเบียบภายใน ไม่ใช่กฎหมาย จะนำมาวินิจฉัยว่าโจทก์รู้ตัวผู้ต้องรับผิดทันทีโดยไม่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงไม่ได้ การเริ่มนับอายุความฟ้องคดีละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 ต้องพิจารณาว่าโจทก์รู้ตัวผู้จะพึงต้องรับผิดจริงเมื่อใด โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤต

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงเรื่องความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 และ 3 แล้วพิพากษาใหม่

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ยักยอกเงินเทศบาล 25,380 บาท โจทก์ทราบการกระทำผิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2499 จากรายงานของนายอำนวยผู้ตรวจการเทศบาล ซึ่งรายงานให้พิจารณาดำเนินการเพื่อทราบข้อเท็จจริง ต่อมาโจทก์ตั้งกรรมการสอบสวนและสั่งพักงานจำเลยที่ 2 ในวันที่ 1 สิงหาคม 2499 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2500

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 388/2506เทศบาลเมืองยะลา โดยนายประสิทธิ์ กาญจนบุษย์ นายกเทศมนตรีเมืองยะลาโจทก์นายประสาท ไชยะโท กับพวกรวม 3 คนจำเลย ป.พ.พ. ม. 448 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงิน รักษาเงินของเทศบาล พ.ศ.2496 ข้อ 21 ระเบียบของกระทรวงมหาดไทยที่ให้นายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาลสมุหบัญชีต้องร่วมรับผิดชดใช้เงินคืนให้แก่เทศบาลในกรณีมีการทุจริตอันเกี่ยวกับการรักษาเงินขึ้นนั้นไม่ใช่กฎหมายจะยกเอาระเบียบดังกล่าวนี้ขึ้นวินิจฉัยว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นผู้รับผิดชดใช้เงินแทนในทันทีขณะทราบว่ามีการทุจริตขึ้นโดยมิต้องสอบสวนว่าบุคคลดังกล่าวจะต้องรับผิดจริงหรือไม่เสียก่อนหาได้ไม่คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายกเทศมนตรีเมืองยะลาจำเลยที่ 2 รักษาการในตำแหน่งสมุหบัญชี จำเลยที่ 3 รักษาการในตำแหน่งปลัดเทศบาล จำเลยที่ 1 เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในงานทั่วไปของเทศบาลตามระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นและตามระเบียบแบบแผน กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยข้อ 21 มีความว่า "บรรดาเงินรายได้หรือเงินรายอื่นใดของเทศบาลทุกหน่วยงาน ให้นายกเทศมนตรี ปลัดเทศบาลหรือผู้รักษาการแทนสมุหบัญชีหรือผู้รักษาการแทน เป็นผู้รับผิดชอบร่วมกันในการเก็บรักษาเงินดังกล่าวนี้ หากปรากฏมีการทุจริตใด ๆ อันเกี่ยวกับการรักษาเงินดังกล่าวนี้ขึ้น ให้บุคคลดังกล่าวนี้ร่วมกันรับผิดชดใช้เงินคืนให้แก่เทศบาลจนครบ" และจำเลยที่ 1มีหน้าที่ควบคุมรับผิดชอบในการบริหารเทศบาลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แต่จำเลยที่ 1ไม่ปฏิบัติ เป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ยักยอกเงินเทศบาลไป 25,380 บาทซึ่งพนักงานอัยการฟ้องจำเลยที่ 2 แล้ว ตามสำนวนคดีอาญาดำที่ 567/2499 จำเลยที่ 3 โดยตำแหน่งต้องรับผิดชอบร่วมก