ความผิดฐานมีไม้หวงห้ามที่ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และการริบไม้ของกลาง
1. การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว แต่ทางพิจารณาได้ความว่าไม้ของกลางอยู่ในความครอบครองของบริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการ ข้อเท็จจริงไม่แตกต่างกับฟ้องเพราะจำเลยเป็นผู้ครอบครองไม้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 2. จำเลยไม่สามารถอ้างว่าไม้มีตราค่าภาคหลวงประทับแล้วเพื่อพ้นผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494
พิพากษายืน
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวฐานมีไม้หวงห้ามที่ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทป่าไม้นครสวรรค์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ครอบครองไม้ของกลาง ไม้ของกลางมีตราค่าภาคหลวงประทับ แต่เป็นตราปลอมที่จำเลยลวงให้เจ้าพนักงานประทับ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 400 บาท รอกา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2506ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครสวรรค์โจทก์นายประชุม ธรรมหทัยจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 69, ม. 74 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม. 16 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ม. 12 พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2497 ป.วิ.อ. ม. 192(1) โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดเป็นส่วนตัว ไม่ได้ฟ้องบริษัท แม้ไม้จะเป็นของบริษัทแต่เมื่อฟังได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นกรรมการจัดการของบริษัทเป็นผู้ครอบครอง ทางพิจารณาก็ไม่ต่างกับฟ้อง(2) ในกรณีที่จำเลยลวงให้เจ้าพนักงานประทับตราค่าภาคหลวงลงบนไม้นั้น จำเลยจะยกข้อที่ว่าไม้มีตราค่าภาคหลวงประทับอยู่แล้วเพื่อให้พ้นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้(ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 มาตรา 16 หาได้ไม่(3) แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า ไม้ของกลางเป็นของบริษัทมิใช่ของจำเลยแต่เมื่อจำเลยมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ศาลจึงต้องริบไม้ของกลางตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 74โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีไม้ยางท่อนหวงห้ามที่ยังมิได้แปรรูปไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 74 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 16จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 69, 74 พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 16 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2497 จำคุก 1 เดือน ปรับ 400 บาท รออาญาโทษจำคุกไว้ ไม้ของกลางที่มีรอยถูกถากและตราปลอมประทับไว้ 55 ท่อน ให้ริบส่วนอีก 1 ท่อนไม่ริบจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลรับเฉพาะที่เป็นข้อกฎหมายศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า(1) ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นการส่วนตัวมิ