ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2506
ประเด็นกฎหมาย
การลงโทษฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักเพียงมาตราเดียว ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วย จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะกักกันจำเลยตามมาต
หลักกฎหมาย
การตีความในคดีอาญาต้องตีความตามตัวบทโดยเคร่งครัด และให้เป็นผลดีแก่จำเลย การที่ศาลลงโทษตามบทหนักเพียงมาตราเดียวตามมาตรา 90 ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษความผิดอื่นควบไปด้วย
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ไม่กักกันจำเลย และยกฎีกาโจทก์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยปีนรั้วเข้าไปในโรงเรียนในเวลากลางคืนเพื่อลักทรัพย์ราคา 970 บาท แต่กระทำไม่ตลอด ถูกจับก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ลงโทษฐานบุกรุกตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักเพียงมาตราเดียว และสั่งกักกัน 3 ปี ศาลอุทธรณ์แก้ไม่กักกัน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 646/2506พนักงานอัยการกรมอัยการโจทก์นายบุญตุ๊ รัฐเขตต์จำเลย ป.อ. ม. 365, ม. 335, ม. 80, ม. 41 พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 คดีที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ แต่ให้ลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักมาตราเดียวนั้นจะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 ที่จะกักกันจำเลยได้คดีนี้ โจทก์ฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ ฟังได้ว่าจำเลยได้บังอาจปีนรั้วเข้าไปในโรงเรียนวัดบพิตรพิมุขในเวลากลางคืนแล้วเข้าไปลักทรัพย์ของนายนวมไปรวมราคา 970 บาท แต่จำเลยกระทำไปไม่ตลอด จึงถูกจับเสียก่อน ขอให้ลงโทษและกักกันจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 364, 365, 335, 80, 41 ให้ลงโทษตามมาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนัก โดยให้จำคุกจำเลย 1 ปี ลดฐานจำเลยให้การรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 6 เดือน เมื่อพ้นโทษจำคุกแล้วให้ส่งตัวไปกักกันมีกำหนด 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่กักกันจำเลย โจทก์ฎีกาขอให้กักกันจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานบุกรุกและพยายามลักทรัพย์ด้วยก็ตาม แต่การลงโทษจำเลย ศาลลงโทษฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่เพียงมาตราเดียวเท่านั้น เช่นนี้จะถือว่าเป็นการลงโทษฐานพยายามลักทรัพย์ควบไปด้วยไม่ได้เพราะการตีความในคดีอาญาต้องตีความตามตัวบทโดยเคร่งครัด และให้เป็นผลดีแก่จำเลย เมื่อเช่นนี้ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ถูกศาลพิพากษาลงโทษในความผิดตามที่ระบุไว้ตามฎีกาโจทก์ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่กักกั