ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2506

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ และการซื้อขายฝิ่นที่มิใช่การค้าตาม พ.ร.บ.ฝิ่น ต้องเสียภาษีการค้าหรือไม่

หลักกฎหมาย

การขายของตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทที่ 2 หมายถึงการขายสินค้าซึ่งโอนกันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ทรัพย์นอกพาณิชย์ การซื้อขายฝิ่นที่ไม่ใช่การขายฝิ่นตาม พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 หมวด 3 ไม่ใช่สินค้าที่ขายกันได้ตามประมวลรัษฎากร ผู้ขายไม่ต้องรับผิดเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยประเมินค่ารายปีของสถานการค้าและมีคำสั่งให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 1 โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งสั่งยกอุทธรณ์ โจทก์จึงฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 777/2506นางสาวบุญเต็ม วิริยกุลโจทก์นายคำนวร เกษทอง เจ้าพนักงานประเมินภาษีอากรจังหวัดน่าน ที่ 1จำเลยนายอั๋น อนุมัติราชกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ที่ 2จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ป.รัษฎากร ม. 78, ม. 79 พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.2472 1. เมื่อเกิดมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลขึ้นแล้ว ย่อมมีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 552. ตามความในประมวลรัษฎากร พ.ศ.2481 มาตรา 78,79 การขายของตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทที่ 2 นั้นหมายถึงการขายสินค้าซึ่งโอนกันได้โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ใช่ทรัพย์นอกพาณิชย์ซึ่งไม่อาจโอนให้แก่กันได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น การซื้อขายฝิ่นซึ่งไม่ใช่เป็นการซื้อขายฝิ่นตามพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 หมวด 3นั้น จึงไม่ใช่สินค้าที่ขายกันได้ตามความในประมวลรัษฎากร ผู้ขายจึงไม่ต้องรับผิดในการเสียภาษีการค้า(ข้อ 2 ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 42-43/2505)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จดทะเบียนการค้าประเภทขายของจำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์มีหน้าที่ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีการค้าโจทก์ยังไม่ได้รับความเสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและว่า ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าและสถานที่พักและต้มฝิ่นไม่ใช่สถานการค้าพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งและคำชี้ขาดของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาว่า (1) ในเรื่องอำนาจฟ้องนั้น จำเลยได้ให้การว่าจำเลยได้ประเมินค่ารายปีของสถานการค้าตามมาตรา 81 ทวิ แจ้งไปยังโจทก์แล้ว และตามคำสั่งของจำเลยก็ให้โจทก์เสียภาษีในอัตราร้อยละ 1 ทั้งโจทก์ก็ได้อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ต่อจำเลยที่ 2 ๆ สั่งยกอุทธรณ์ นับว่าเกิดมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธ