เช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้กู้ยืมซึ่งมีดอกเบี้ยเกินอัตรา (ร้อยละ 4 ต่อเดือน) ตกเป็นโมฆะทั้งหมดหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินตามเช็คดังกล่าวได้หรือไม
ดอกเบี้ยที่เกินอัตราตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 ตกเป็นโมฆะเฉพาะส่วนดอกเบี้ย แต่ต้นเงินยังสมบูรณ์ และเช็คที่ออกเพื่อชำระหนี้กู้ยืมเป็นนิติกรรมต่างหากจากการกู้ยืม ไม่ตกเป็นโมฆะตามไปด้วย โจทก์มีสิทธิฟ้องตามเช็คได้ แต่จำเลยมีสิทธิยกข้อต่อสู้เรื่องดอกเบี้ยเกินอัตราขึ้นต่อสู้เพื่
พิพากษายืน (ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น) ให้จำเลยชำระเงิน 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยกู้เงินโจทก์และนายจิตต์ 180,000 บาท เพื่อสร้างภาพยนต์ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อเดือน จำเลยกู้ไปรวม 5 งวด โดยได้รับเงินไปจริงเพียง 125,000 บาท แต่ได้ออกเช็คให้โจทก์เป็นเงิน 157,560 บาท ต่อมาจำเลยถูกตำรวจเชิญตัวไปพบเจ้าพนักงาน แจ้งว่าผู้เสียหายนำเช็คไปแจ้งความแล้ว เจรจาให้จำเลยใช้เงินครึ่งหนึ่งก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2506นายวรเทพ อารยพงศ์โจทก์หม่อมเจ้าศุกรวรรดิส ดิสกุลจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 135, ม. 321, ม. 914, ม. 916 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คได้ความว่าเป็นเช็คที่ออกให้เพื่อชำระหนี้เดิมซึ่งจำเลยกู้เงินโจทก์โดยมีดอกเบี้ยร้อยละสี่ต่อเดือนรวมอยู่ในจำนวนเงินที่ลงไว้ในเช็คนั้นด้วย ดอกเบี้ยทั้งหมดย่อมตกเป็นโมฆะผู้ให้กู้คงมีสิทธิเรียกร้องแต่เฉพาะต้นเงินเท่านั้น ส่วนหนึ่งของนิติกรรมที่เป็นโมฆะ คือ การคิดดอกเบี้ยอันเป็นหนี้อุปกรณ์ในนิติกรรมกู้ยืมเท่านั้นแต่ต้นเงินอันเป็นหนี้ประธานยังสมบูรณ์อยู่ แยกออกจากกันได้เช็คที่โจทก์นำมาฟ้องนี้เป็นนิติกรรมที่ทำขึ้นเป็นคนละอันกับนิติกรรมกู้ยืมคือ เมื่อกู้ยืมกันแล้วจำเลยออกเช็คเพื่อชำระเงินกู้ โจทก์ยอมรับเอาเช็คนั้นแทนการชำระหนี้โดยใช้เงินตามมาตรา 321 อันจะมีผลให้หนี้กู้ยืมเดิมระงับไปต่อเมื่อเช็คนี้ได้ใช้เงินแล้วโจทก์มีสิทธิอาศัยเช็คนี้เป็นมูลฟ้องจำเลยได้เป็นแต่จำเลยมีสิทธิยกข้อที่ว่าดอกเบี้ยเกินอัตราตกเป็นโมฆะขึ้นต่อสู้โจทก์ได้เมื่อจำเลยออกเช็คเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์เกินกว่าที่ตนต้องผูกพันไป จำเลยก็ต้องรับผิดเพียงเท่าที่ต้องผูกพันแต่จะไม่ยอมรับผิดตามเช็คเสียเลยหาได้ไม่กรณีหาใช่เรื่องเช็คนี้ตกเป็นโมฆะทั้งหมดหรือบางส่วนไม่(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2506)ข้อเท็จจริงที่คู่ความรับกันได้ความว่าจำเลยยืมเงินโจทก์และนายจิตต์ 180,000 บาท เพื่อสร้างภาพยนต์ โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อเดือน จำเลยกู้ไปรวม 5 งวดโดยได้รับเงินไปจริงเพียง 125,000 บาท แต่ได้ออกเช็คให้โจทก์เป็นเงิน 157,560 บาท ต่อมาจำเลยถูกตำรวจเชิญตัวไปพบเจ้าพนักงานแจ้งว่าผู้เสียหายนำเช็คไปแจ้งความแล้วเจรจาให้จำเลยใช้