ปัญหาว่าที่พิพาทเป็นที่บ้านที่สวนตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 หรือไม่ และจำเลยถูกแย่งการครอบครองเกิน 1 ปีหรือไม่
ผู้ที่อ้างสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ต้องแสดงให้เห็นว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายในบทนั้น หากไม่มีข้อเท็จจริงดังกล่าว ให้บังคับตาม ป.พ.พ. ว่าด้วยที่ดินมือเปล่า และการถูกแย่งการครอบครองต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนภายใน 1 ปี มิฉะนั้นหมดสิทธิเรียกร้องคืน
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์ครอบครองที่ดินมือเปล่ามาตั้งแต่ พ.ศ. 2493 จำเลยอ้างว่าที่ดินเป็นของตนและถูกแย่งการครอบครองตั้งแต่ พ.ศ. 2495 แต่จำเลยมิได้ฟ้องคดีภายใน 1 ปี เพียงร้องเรียนต่อคณะกรรมการเท่านั้น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1584/2506นายคำแปง ไกรสรพงษ์โจทก์นางบุญมา เมนะชัยจำเลย กฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ป.พ.พ. ม. 1375ผู้ที่อ้างสิทธิตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 จำต้องแสดงให้เห็นว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายในบทนั้น ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงให้เห็นได้ว่าเป็นที่บ้านที่สวน มาก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้วก็จำต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยที่ดินมือเปล่าการที่จำเลยร้องเรียนต่อคณะกรรมการพิจารณากรณีพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินว่าโจทก์บุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินมือเปล่านั้น ไม่ทำให้การครอบครองของโจทก์สะดุดหยุดลง ฉะนั้น หากจำเลยมิได้ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองเสียภายใน 1 ปีจำเลยก็ย่อมหมดสิทธิเรียกร้องคืนแล้วโจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2493 โจทก์กับนายจำเนียรจับจองโค่นสร้างที่ดินรกร้างว่างเปล่าหนึ่งแปลง เนื้อที่ 47 ไร่ ปลูกต้นผลไม้และบ้านพัก นายจำเนียรตายโจทก์ครอบครองที่ดินติดต่อกันมา10 ปีเศษแล้ว จึงได้สิทธิครอบครอง เมื่อ พ.ศ. 2502 จำเลยซึ่งไม่เคยครอบครองที่พิพาทได้ยื่นเรื่องราวต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอออกโฉนด โจทก์คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินสั่งให้โจทก์นำคดีมาฟ้องจึงขอศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นเจ้าของและมีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยและสามีตั้งแต่ก่อนพ.ศ. 2463 เมื่อ พ.ศ. 2495 - 2496 นายจำเนียรบุกรุกทำลายต้นไม้ที่จำเลยปลูก และสร้างโรงเรือนขึ้น จำเลยห้ามปรามและร้องเรียนต่อคณะกรรมการสำรวจออกโฉนดที่ดินเมื่อ พ.ศ. 2498 ในที่สุดทางราชการสั่งไล่เจ้าพนักงานทุจริตออกจากราชการ และสลักหลังใบเหยียบย่ำที่ออกให้นายจำเนียรว่าเป็นใบเหยียบย่ำที่ไม่ชอบ จำเลยไม่เคยล