ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2506

ประเด็นกฎหมาย

ผู้รับพินัยกรรมมีอำนาจฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์และขับไล่ผู้อาศัยโดยไม่ต้องทำการรับมรดกหรือเข้าครอบครองที่ดินก่อน และการเรียกจำเลยร่วมเข้าร่วมในคดีตามคำให้การ

หลักกฎหมาย

เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย ที่ดินซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรมย่อมตกได้แก่ผู้รับพินัยกรรมทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1673 โดยมิพักต้องทำพิธีรับมรดกและหรือเข้าครอบครองที่ดินนั้น เจ้าของที่ดินเช่นว่านี้ย่อมมีอำนาจฟ้องให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์และขับไล่ผู้อาศัย ใบนำเพื่อจะไปเสียเงินบำรุงท้องที่ไม่ใช่เอ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่พิพาทเดิมเป็นของนางเวียง ตกได้แก่นางเพิ่มและนายคง ต่อมานางเพิ่มตาย นายคงทำพินัยกรรมยกที่ดินให้โจทก์ นายคงตายที่ดินตกแก่โจทก์ตามพินัยกรรม จำเลยปลูกเรือนอาศัยในที่ดินโดยอ้างว่าเป็นของนางเจียมมารดาจำเลย จำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของนางเจียม โจทก์จึงขอให้ศาลเรียกนางเจียมเข้าเป็นจำเลยร่วม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1812/2506นายเขียว สุวรรณวิจิตร์โจทก์นายประวิทย์ วิเชียรวัฒน์จำเลยจำเลยร่วมจำเลยนางเจียม วิเชียรวัฒน์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 57 ป.พ.พ. ม. 393, ม. 1381, ม. 1673, ม. 1403 วรรคสอง พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 (1) เมื่อผู้ทำพินัยกรรมตาย ที่ดินซึ่งระบุไว้ในพินัยกรรมย่อมตกได้แก่ผู้รับพินัยกรรมทันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1673 โดยมิพักต้องทำพิธีรับมรดก และหรือเข้าครอบครองที่ดินนั้น โดยเหตุนี้ เจ้าของที่ดินเช่นว่านี้ย่อมมีอำนาจฟ้องให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์และขับไล่ผู้อาศัย (2) ใบนำเพื่อจะไปเสียเงินบำรุงท้องที่นั้น ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน (3) เนื่องจากคำให้การต่อสู้ของจำเลยจึงเป็นเหตุให้โจทก์ขอให้ศาลเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดี อันเป็นอำนาจที่โจทก์และศาลจะกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 ดังนั้นฎีกาจำเลยที่ว่าก่อนฟ้องโจทก์มิได้บอกกล่าวจำเลยร่วมและโจทก์มิได้โต้แย้งสิทธิของจำเลย จึงฟังไม่ขึ้นคดีนี้โจทก์ขอให้ศาลแสดงว่า ที่ดินที่จำเลยปลูกเรือนเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยรื้อเรือนออกไปและห้ามเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า ที่ดินและโรงเรือนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยอาศัยปลูกอยู่นั้นเป็นของนางเจียมมารดาจำเลย จำเลยอาศัยนางเจียมอยู่โจทก์ชอบที่จะฟ้องนางเจียม โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกนางเจียมมารดาจำเลยที่ 1เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาตนางเจียมจำเลยร่วมให้การว่า ถ้านายคงทำพินัยกรรมยกที่ดินให้โจทก์พินัยกรรมนั้นก็ไม่มีผล เพราะที่ดินเป็นของจำเลยร่วม ๆ ไม่เคยอาศัยที่ดินนายคง นางเพิ่มปลูกเรือนที่ที่ดินนี้นางเวียงยกให้จำเลยร่วม ๆ ได้ครอบครองเป็นเจ้าของโดยสงบมาจนบัดนี้โจทก์ไม่เคย