ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2012/2506
ประเด็นกฎหมาย
ปัญหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสควรได้รับส่วนแบ่งกึ่งหนึ่งหรือหนึ่งในสามในทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันกับสามี เมื่อสามีมีภริยาที่ชอบด้วยก
หลักกฎหมาย
การแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายใช้หลักกรรมสิทธิ์รวม ซึ่งโดยปกติต้องแบ่งคนละครึ่ง ส่วนการแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายนั้นกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะ มิได้ถือหลักกรรมสิทธิ์รวม
คำวินิจฉัย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์มีส่วนได้กึ่งหนึ่งในทรัพย์อันดับ 1 และ 2
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยที่ 1 มีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย (นางเมี้ยน) อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้โจทก์เป็นภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ภริยาทั้งสามคนต่างมีถิ่นที่อยู่คนละตำบลและมีทรัพย์สินแยกเป็นส่วนสัด ทรัพย์อันดับ 1 (เรือน) และอันดับ 2 (โรงสี) เป็นทรัพย์ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำมาหาได้ร่วมกันและครอบครองร่วมกัน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2012/2506นางหวล น่วมคำนึงโจทก์นายจรูญ ศุกร์เสพย์ ที่ 1 นายพิสิฐ ศุกร์เสพย์ ที่ 2จำเลยนางอุดม ศุกร์เสพย์ ที่ 3จำเลยผู้ร้องสอดจำเลยนางเมี้ยน ศุกร์เสพย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1357, ม. 1361, ม. 1449, ม. 1466 กฎหมายลักษณะผัวเมีย จำเลยมีผู้ร้องสอดเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ภายหลังการใช้บรรพนี้แล้วจำเลยยังได้โจทก์เป็นภริยาอีก แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ภริยาแต่ละคนของจำเลยมีถิ่นที่อยู่ต่างตำบลกันและมีทรัพย์สินอยู่ ณ ตำบลที่อยู่ของแต่ละคน แสดงว่าได้แบ่งแยกกันเป็นส่วนสัดแล้ว ทรัพย์สินที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของร่วมกันหรือทำมาหาได้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 ย่อมไม่มีอำนาจเอาไปขายทั้งหมดโดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองทรัพย์สินเหล่านี้มา โจทก์จึงมีส่วนได้กึ่งหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา แต่มิได้จดทะเบียนสมรส ทำมาหาได้ทรัพย์ร่วมกันตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้อง โจทก์มีสิทธิในฐานเจ้าของร่วมกึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 1 ได้โอนขายทรัพย์อันดับ 1 และ 2 ให้จำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริต ฯลฯ ขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ฯลฯและให้จำเลยที่ 1 แบ่งทรัพย์อันดับ 1 ถึง 17 ให้โจทก์กึ่งหนึ่งถ้าแบ่งกันไม่ตกลงก็ให้ประมูลหรือขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์กึ่งหนึ่งเกี่ยวกับทรัพย์อันดับ 1 และ 2 นี้ จำเลยที่ 1 และ 2 ให้การว่าเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของจำเลยที่ 1 และได้ขายให้จำเลยที่ 2ไปโดยสุจริต และจดทะเบียนสิทธิตามกฎหมายทรัพย์อันดับ 1 และ 2 นี้ ศาลชั้นต้นฟังว่าโจทก์และจำเลยเป็นเจ้าของร่วมกัน (และกล่าวได้ด้วยว่า มีปัญหาว่าโจทก์ควรจะได้รับส่วนแบ่