สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ที่ไม่มีราคาและมีข้อจำกัดการใช้สิทธิ ไม่ถือว่าเป็นการโอนลิขสิทธิ์
ราคาเป็นสาระสำคัญของสัญญาซื้อขาย หากสัญญาไม่ระบุราคาและมีข้อความแสดงว่าผู้รับโอนยังต้องขออนุญาตใช้สิทธิเป็นกรณีพิเศษ แสดงว่าไม่มีการโอนลิขสิทธิ์
โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเพลงพิพาท พิพากษายืนตามศาลล่าง
สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เพลงเป็นแบบพิมพ์ที่ไม่ได้กรอกวันเดือนปีและราคา มีหมายเหตุท้ายสัญญาว่าหากจะให้นักร้องอื่นร้องต้องขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษ และโจทก์เป็นผู้เก็บรักษาสัญญาเพียงฉบับเดียว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7328/2544ห้างหุ้นส่วนจำกัด เสกสรรเทป-แผ่นเสียงโจทก์บริษัท โรสวีดีโอ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 368 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 แม้สัญญาพิพาทที่โจทก์และจำเลยที่ 3 ร่วมกันจัดทำขึ้นจะระบุว่าเป็น "สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์เพลง" ก็ตาม แต่การซื้อขายนั้นราคาของทรัพย์สินที่ตกลงซื้อขายกันถือได้ว่าเป็นสาระสำคัญของสัญญาอย่างหนึ่ง สัญญาพิพาทเป็นแบบพิมพ์สัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ในงานเพลงที่โจทก์พิมพ์สำเร็จไว้แล้วเพื่อนำมากรอกข้อความตามที่ตกลงกันเท่านั้น ซึ่งนอกจากไม่ได้กรอกข้อความในช่องวันเดือนปีที่ทำสัญญาแล้ว ในช่องราคาที่ตกลงซื้อขายลิขสิทธิ์ในงานเพลงต่าง ๆ รวมทั้งเพลงพิพาทที่ ป. ผู้จดการห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์เบิกความว่า ตกลงกันเป็นเงิน 200,000บาทนั้น ก็มิได้ระบุจำนวนเงินไว้ ยิ่งกว่านั้นสัญญาพิพาทยังมีข้อความหมายเหตุไว้ท้ายสัญญาว่า "เพลงสุรพล สมบัติเจริญ ร้องไว้ขอให้เป็นสุรชัย สมบัติเจริญ ร้องแต่ถ้าหากว่าจะนำไปให้นักร้องอื่นร้อง ทางห้างจะมีการขอกันในกรณีพิเศษเป็นลายลักษณ์อักษร" โดยมีลายมือชื่อของจำเลยที่ 3 ลงกำกับไว้ ซึ่งความหมายของข้อความตามหมายเหตุดังกล่าวย่อมเห็นได้ชัดว่า โจทก์ยังมิได้มีลิขสิทธิ์ในงานเพลงรวมทั้งเพลงพิพาทที่โจทก์อ้างว่าได้ตกลงซื้อขายลิขสิทธิ์กันแล้วตามบัญชีรายชื่อเพลงแนบท้ายสัญญาพิพาทในฐานะเป็นผู้รับโอนลิขสิทธิ์แต่อย่างใดเพราะหากมีการซื้อขายลิขสิทธิ์กันแล้วตามสัญญาพิพาท โจทก์ก็ย่อมได้สิทธิในงานเพลงนั้นทั้งหมด ไม่จำเป็นที่โจทก์จะต้องไปตกลงขอใช้สิทธิในลิขสิทธิ์จากจำเลยที่ 3 เป็นกรณีพิเศษกันอีกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแ