ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการบรรยายฟ้องในคดีละเมิดสิทธิครอบครอง การเสียอากรแสตมป์สำหรับหนังสือมอบอำนาจ และอายุความฟ้องคดีละเมิด
1. คดีละเมิดสิทธิครอบครองไม่ใช่คดีฟ้องเรียกมรดก จึงไม่ต้องบรรยายว่าบิดาโจทก์ตายเมื่อใดและใครเป็นทายาท 2. หนังสือมอบอำนาจที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียวเพื่อให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียว แต่ไม่ใช่ตราสารสัญญา ต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. จำนวน 5 บาท ไม่ใช่ข้อ 21 ข. จำนวน
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานละเมิดสิทธิครอบครองที่ดิน โดยโจทก์เพิ่งทราบการละเมิดเมื่อจำเลยที่ 3 เข้ามารบกวนและบุกรุกสิทธิครอบครอง หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องเป็นเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียว มิใช่ตราสารสัญญา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 35/2501น.ส.สุรภี ชุติรักษ์ โดยนายจั้งเลี้ยง แซ่ซิ้ม ผู้รับมอบอำนาจ (นายจั้งเลี้ยง นายก๋วงเลี้ยง ผู้รับมรดกความโจทก์นายจุลินทร์ ล่ำซำ ที่ 1 นางสาวเล็ก ล่ำซำที่ 2 นายเพ็ญ สิมะเสถียร ที่ 3จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172 ป.รัษฎากร ม. 118, ข้อ 7(ข), ข้อ 21(ข) ป.พ.พ. ม. 448, ม. 1374 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร , โจทก์ฟ้องจำเลยเพราะเหตุจำเลยละเมิดสิทธิครอบครองของโจทก์ ไม่ใช่เรื่องโจทก์ฟ้องเรียกมรดก จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าบิดาโจทก์ตายเมื่อใด และใครเป็นทายาทบ้าง หนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้อง (ให้จัดการทรัพย์สินและให้ฟ้องร้องได้)เป็นเอกสารแสดงการมอบอำนาจให้ทำการแทนในกิจการมากกว่าครั้งเดียวแต่มิได้กระทำในลักษณะเป็นรูปตราสารสัญญาหากเป็นเพียงเอกสารที่ทำแต่ลำพังผู้มอบอำนาจฝ่ายเดียวจึงต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 ข. อันกำหนดไว้ 5 บาท หาใช่การมอบอำนาจทั่วไปในเรื่องตัวแทนตามข้อ 21 ข. ซึ่งกำหนดให้ปิด 10 บาท นั้นไม่เมื่อได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนถูกต้องดังนี้แล้ว ก็ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ โจทก์เพิ่งทราบพฤติการณ์ของจำเลยเมื่อจำเลยที่ 3 ได้เข้ามารบกวนและบังอาจบุกรุกสิทธิการครอบครองของโจทก์อายุความจึงต้องนับตั้งแต่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและนับแต่วันนั้นมาจนถึงวันฟ้องยังไม่เกิน1 ปี ฟ้องของโจทก์จึงไม่ขาดอายุความโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่าที่ดินโฉนดที่ 1644 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ขอให้ทำลายนิติกรรมการซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 และห้ามไม่ให้จำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ให้เพิกถอนการจดทะเบียนจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดิน แล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิแทน ถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่ศาลจ