การบอกล้างสัญญาประกันชีวิตเนื่องจากผู้เอาประกันปกปิดความจริงเกี่ยวกับสุขภาพในคำรับรองต่ออายุสัญญา
หน้าที่นำสืบว่านายผันทราบว่าตนป่วยก่อนทำคำรับรองสุขภาพตกแก่จำเลยผู้ขอบอกล้างโมฆียกรรม เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ว่ามีการปกปิดความจริง การบอกล้างสัญญาจึงไม่เป็นผล
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 8 สิงหาคม 2495 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความในชั้นฎีกาแทนโจทก์
นายผันทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทจำเลย ต่อมาขาดส่งเบี้ยประกันงวดที่ 4 จึงขอต่ออายุสัญญาโดยทำใบรับรองสุขภาพว่าไม่เจ็บป่วย ต่อมานายผันถึงแก่กรรมด้วยโรคโลหิตเป็นพิษและปอดอักเสบ จำเลยอ้างว่านายผันปกปิดความจริงว่าป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังและไตอักเสบเรื้อรังก่อนทำคำรับรอง แต่ศาลฎีกาเห็นว่าพยานหลักฐาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2501นางเฟื้อน ฤทธิเดชโจทก์บริษัทไทยประสิทธิ์ประกันภัยและคลังสินค้า จำกัด โดยนายสันติ ศรีสกูล ผู้จัดการจำเลย ป.พ.พ. กรมธรรม์ประกันชีวิตขาดอายุ บริษัทต่ออายุให้ เพราะผู้ถูกประกันชีวิตทำใบรับรองว่าสุขภาพดีเช่นเดิม แต่ความจริงผู้ถูกประกันชีวิตรู้อยู่ว่า ป่วยเกี่ยวกับท้องและสุขภาพไม่สมบูรณ์เป็นการปกปิดความจริงอันควรต้องแจ้งให้บริษัททราบบริษัทบอกล้างสัญญาซึ่งเป็นโมฆียะได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2494 นายผัน ฤทธิเดชสามีโจทก์ได้ตกลงทำกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้กับบริษัทจำเลยมีกำหนดการประกันไว้ 15 ปี โดยผู้เอาประกันจะต้องส่งเบี้ยประกันเป็นรายงวด งวดละ3 เดือน เป็นเงินงวดละ 249 บาท 60 สตางค์ภายในเวลา 11 ปี หรือจนกว่าความมรณะของสามีโจทก์ เมื่อสามีโจทก์ถึงแก่กรรมก่อนกำหนด 15 ปี บริษัทจะต้องจ่ายเงิน ซึ่งได้เอาประกันไว้ 10,000 บาท พร้อมด้วยเงินปันผลทั้งหมด ที่ได้ฝากสะสมไว้กับบริษัทให้โจทก์เป็นผู้รับไป ปรากฎตามกรมธรรม์เลขที่ 16535ลงวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2494 ซึ่งจำเลยเรียกเอาไปยังไม่ได้ส่งคืนโจทก์นั้นแล้ว ครั้นวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2495 นายผันสามีโจทก์ได้ถึงแก่กรรมลง โดยจำเลยเป็นผู้ช่วยให้โรงพยาบาลเมตตาของจำเลยเป็นผู้รักษา และเมื่อเห็นอาการนายผันมากขึ้น จึงได้นำนายผันไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โจทก์ได้ติดต่อทวงถามให้จำเลยชำระเงิน 10,000 บาท ให้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ จำเลยกลับปฏิเสธไม่ยอมชำระ อ้างว่าในขณะเมื่อกรมธรรม์ขาดอายุ นายผันได้ขอต่อกรมธรรม์ และจำเลยได้ต่อให้โดยเชื่อว่านายผันไม่เจ็บป่วย แต่ภายหลังนายผันกลับรับรองว่า ขณะต่ออายุกรมธรรม์นั้น นายผันได้ป่วยเป็นโรคลำไส้ จึงได้บอกเลิกกรมธรรม์ และไม่ยอมชำระเงินใ