ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2501

ประเด็นกฎหมาย

การวางเพลิงเผากระท่อมนาที่มีราคาเล็กน้อยและไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์หรือวางเพลิงเผาทรัพย์

หลักกฎหมาย

การวางเพลิงทรัพย์ที่มีราคาเล็กน้อยและไม่เป็นเหตุใกล้ต่อภยันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์อื่น อาจปรับเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 324 แทนฐานวางเพลิงตามมาตรา 186

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่านายพัน จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 ให้จำคุกไว้ 1 ปี 6 เดือน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยร่วมกันวางเพลิงเผากระท่อมนาที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งนา มูลค่า 413 บาท ไฟไม่ลุกลามไปยังทรัพย์อื่น และไม่มีผู้ได้รับอันตราย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 81/2501พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรีโจทก์นายพัน เภาคำ ที่ 1 นายอ่ำ ทำมะรงจ้อย ที่ 2จำเลย ป.อ. เผากระท่อมนาราคา 413 บาท ราคาเล็กน้อยไม่น่ากลัวอันตรายต่อผู้ใด เป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2499 เวลากลางวันจำเลยกับพวกที่หลบหนีไปได้สมคบกันวางเพลิงจุดเผากระท่อมนา อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของนายเรียน สีคำมี ไหม้เสียหายคิดเป็นราคา 413 บาท เหตุเกิดที่ตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 186, 63 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ. 2475 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่ากรณียังเป็นที่สงสัยว่า จำเลยจะไม่ได้กระทำผิดดังกล่าวหา ชอบที่จะยกประโยชน์ให้จำเลยจึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลยโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เห็นว่าคำพยานสำคัญของโจทก์ คือนายเดช นายมา เป็นที่น่าสงสัย เพราะไม่ได้เห็นขณะคนร้ายทำการจุดไฟแม้พยานทั้งสองนี้จะเห็นจริงก็ยังไม่พอจะสันนิษฐานได้แน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองกับพวกสมคบกันเผากระท่อมนาของผู้เสียหาย เพราะอาจไหม้ขึ้นโดยเหตุอื่นแล้วจำเลยกับพวกไปประสบเหตุเข้าตกใจก็วิ่งออกมาก็ได้ หรือหากจะฟังว่าจำเลยเป็นคนเผาก็อาจเป็นคนใดคนหนึ่งลงมือจุดเผาโดยพลการ โดยมิได้มีการสมคบกันก็ได้ นอกจากนี้พยานยังให้การแตกต่างกันในข้อที่ใครวิ่งอยู่ตรงไหนด้วย สรุปแล้วกรณีเป็นที่น่าสงสัย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว จึงพิพากษายืนแต่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ผู้ปรึกษาคดีนี้เห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีนี้เป็นปัญหาสำคัญที่ควรขึ้นสู่ศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย จึงอนุญาตให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ปรากฏว