ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2501
ประเด็นกฎหมาย
การปลูกสร้างอาคารโดยเจ้าของจ้างผู้อื่นทำและมิได้ลงมือเอง ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 หรือไม่ และห้องแถวที่ปลูกสร้างบ
หลักกฎหมาย
การปลูกสร้างอาคาร แม้เจ้าของอาคารจ้างหรือวานให้ผู้อื่นทำโดยเจ้าของมิได้ลงมือด้วย ก็เป็นที่เข้าใจโดยทั่ว ๆ ไปว่า เจ้าของเป็นผู้ปลูกสร้างอาคารนั้น ๆ และห้องแถวที่ปลูกสร้างลงบนสะพานเป็นเรือนโรงที่อยู่อาศัย เป็นอาคารตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร แม้จะถือว่าสะพานไม่เป็นอาคารก็ไม่พ้นผ
คำวินิจฉัย
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยได้จ้างให้คนงานปลูกสร้างสะพานไม้เสาคอนกรีตจากริมตลิ่งลงมาในแม่น้ำและปลูกห้องแถวลงบนสะพานทั้งสองฟาก โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 282/2501อัยการจังหวัดสุราษฎร์ธานีโจทก์นายเจนกิจ ปัจจักขภัติจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ.2479 ป.วิ.อ. ม. 158, ม. 192ห้องแถวที่ปลูกสร้างลงบนสะพานเป็นเรือนโรงที่อยู่อาศัยจึงเป็นอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารเมื่อปลูกสร้างขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารอยู่ในตัว ถึงแม้จะถือว่าสะพานไม่เป็นอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารก็ตาม ในคดีที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเจ้าของอาคารปลูกสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารเมื่อคำฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลยบังอาจทำการปลูกสร้าง แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยจ้างคนงานปลูกสร้างโดยเจ้าของอาคารมิได้ลงมือด้วยก็เป็นที่เข้าใจว่าเจ้าของเป็นผู้ปลูกสร้างอาคาร ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางพิจารณา จึงไม่ต่างกับฟ้องคดีได้ความว่าจำเลยได้จ้างให้คนงานปลูกสร้างสะพานไม้เสาคอนกรีตจากริมตลิ่งลงมาในแม่น้ำและปลูกห้องแถวลงบนสะพานทั้งสองฟาก โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคารศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ที่แก้ไขแล้ว โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้จ้างให้คนงานสร้างสะพานและห้องแถว เห็นว่าตามฟ้องระบุชัดว่าจำเลยเป็นผู้บังอาจกระทำเองจำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด โจทก์ไม่ได้กล่าวว่าจำเลยจ้างผู้อื่น ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยไม่อยู่ในที่เกิดเหตุเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยไปทางหนึ่ง นำสืบไปอีกทางหนึ่ง เช่นนี้ ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาต่างกับที่กล่าวในฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้โจทก์อุท