ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2501

ประเด็นกฎหมาย

การขายฝากที่มีข้อตกลงชำระดอกเบี้ยไม่เป็นนิติกรรมอำพราง และการชำระต้นเงินและดอกเบี้ยมีผลเพียงเป็นการชำระสินไถ่

หลักกฎหมาย

การขายฝากที่จดทะเบียนโดยชอบ แม้มีข้อตกลงชำระดอกเบี้ย ก็ไม่เป็นนิติกรรมอำพรางตาม ป.พ.พ. มาตรา 118 วรรคสอง และการชำระต้นเงินและดอกเบี้ยมีผลเพียงเป็นการชำระสินไถ่ ไม่ทำให้สัญญากลายเป็นกู้เงิน

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินและบ้านเรือนพิพาท ค่าเสียหายโจทก์นำสืบไม่ได้ให้ยกเสีย ให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมกับค่าทนาย 300 บาทแทนโจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินพร้อมบ้านเรือนแก่ผู้ตายเป็นเงิน 10,000 บาท กำหนด 2 ปี ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้โอนที่ดินเป็นชื่อตนเองเมื่อเกินกำหนดไถ่คืน จำเลยยังคงอยู่ในที่ดินและไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าเป็นการกู้เงินและชำระหนี้แล้ว

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 435/2501นายหม่อง หรือมอง โลกะสุทธิโจทก์นายสรศักดิ์ สุดจิตร์จำเลย ป.พ.พ. จำเลยจดทะเบียนขายฝากที่ดินแก่โจทก์ แม้จะมีข้อตกลงต่อกันชำระดอกเบี้ยในเงินที่โจทก์ชำระให้จำเลยก็ไม่ใช่นิติกรรมอำพราง ไม่เป็นการกู้เงินไปได้ ข้อต่อสู้ว่าชำระต้นเงินและดอกเบี้ยแล้วมีผลว่าชำระสินไถ่แล้วเท่านั้นคดีเรื่องนี้ โจทก์ฟ้องกล่าวความว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2494 เวลากลางวัน จำเลยได้จดทะเบียนทำนิติกรรมขายฝากที่ดินโฉนดที่ 4706 พร้อมทั้งบ้านเรือน ตำบลทรงคะนอง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ไว้แก่นายพิมพ์ โลกะสุทธิ พี่ชายโจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท มีกำหนด 2 ปี ปรากฏตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง บัดนี้เกินกำหนดแล้ว บ้านเรือนและที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่นายพิมพ์ โลกะสุทธิ ครั้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2496 เวลากลางคืนมีพวกผู้ร้ายทำร้ายนายพิมพ์ โลกะสุทธิ ตายไป โจทก์เป็นน้องชายร่วมบิดามารดาเดียวกันได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดก ของนายพิมพ์ โลกะสุทธิพี่ชาย โดยไม่มีพินัยกรรม ศาลสั่งอนุญาตตามคดีแพ่งแดงที่ 214/2496 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ได้บอกกล่าวจำเลยกับบริวารให้ไปจากบ้านและที่ดินรายนี้ จำเลยไม่ยอมออกเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียหายจึงขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากบ้านเรือนและที่ดินรายนี้ และชดใช้ค่าเสียหาย ฐานละเมิด 500 บาท และต่อจากวันฟ้องอีกเดือนละ 150 บาท ตลอดไปจำเลยรับว่า ได้ทำสัญญาขายฝากกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านแก่นายพิมพ์ตามสำเนาสัญญาขายฝากท้ายฟ้องจริง แต่พฤติการณ์ที่นายพิมพ์กับจำเลยปฏิบัติต่อกันเป็นการกู้เงิน โดยมีหลักทรัพย์เป็นประกันเท่านั้นเพราะนายพิมพ์คิดดอกเบี้ยชั่งละ 1 บาท ต่อเดือนและจำเลยได้ชำระต้นเงิน 10,000 บาท พร้อมทั้งดอ