ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2501

ประเด็นกฎหมาย

เมื่อโจทก์หมดสิทธิในที่ดินตามสัญญาเช่าจากเจ้าของที่ดิน และเจ้าของที่ดินตกลงให้จำเลยเช่าโดยตรง โจทก์ยังมีสิทธิขอให้บังคับคดีขับไล่จำเลยตามคำพิพากษาที่ถ

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์หมดสิทธิในที่ดิน ฐานะของโจทก์เปลี่ยนเป็นไม่มีมูลที่จะใช้ที่ดินนี้ต่อไป และจำเลยอาจคงอยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิโดยตรงจากเจ้าของที่ดิน หากบังคับให้รื้อสิ่งปลูกสร้างจะเกิดความเสียหายอย่างมาก จึงควรรอการบังคับคดีไว้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการบังคับคดีไว้ ให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความรวม 150 บาท แก่จำเลยด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งโจทก์เช่าจากกรมธนารักษ์ ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาในคดีระหว่างโจทก์กับกรมธนารักษ์ว่าโจทก์หมดสิทธิในที่ดิน และกรมธนารักษ์อนุญาตให้จำเลยเช่าที่ดินโดยตรง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2501นางแทแรศ ประสาทพรโจทก์นางระเบียบ หรือละเมียด บุญวิมล ที่ 1,จำเลยนางสังวาล ใบบาง ที่ 2, นางหยิบ หรือทองหยิบ ภักดี ที่ 3,จำเลยนางสมทรง หรืออุบล พูลผล ที่ 4, นางไถ่ หรือถ่าย มณีสอดแสง ที่ 5จำเลย ป.วิ.พ. ศาลพิพากษาให้ขับไล่จำเลย รื้อเรือนออกจากที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์ ต่อมาปรากฏว่า ศาลพิพากษาคดีระหว่างโจทก์กับเจ้าของที่ดิน ว่าโจทก์หมดสิทธิตามสัญญาที่โจทก์เช่าที่นั้นจากเจ้าของ และได้ความต่อไปว่า เจ้าของตกลงให้จำเลยเช่า ดังนี้ ฐานะในคดีของโจทก์เปลี่ยนเป็นว่าโจทก์ไม่มีมูลที่จะใช้ที่ดินนี้ต่อไป และจำเลยอาจคงอยู่ในที่ดินนี้ โดยอาศัยสิทธิโดยตรงจากเจ้าของ จึงควรรอการบังคับคดีไว้มูลเดิมแห่งกรณีนี้ เนื่องมาจากโจทก์ฟ้องนางระเบียบ นางสังวาลนางทองหยิบ นางสมทรง หรือ อุบล นางไถ่ เป็นจำเลยหาว่าได้อาศัยที่ดินโฉนดที่ 2293 และ 1305 ตำบลวัดกัลยาณ์ (วัดหิรัญรูจี) อำเภอธนบุรี จังหวัดธนบุรี ซึ่งโจทก์เช่าจากกองรักษาที่หลวงกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปลูกเรือนอยู่ โจทก์ได้บอกเลิกการให้อาศัยให้จำเลยเหล่านี้รื้อเรือนไป จำเลยไม่ยอมรื้อ โจทก์จึงฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยรื้อถอนเรือนออกไปนอกจากนี้ โจทก์ยังฟ้องกรมธนารักษ์อีกสำนวนหนึ่งว่า ตามที่กองรักษาที่หลวงบอกเลิกสัญญากับโจทก์นั้น ไม่ชอบ ขอให้ศาลพิพากษาแสดงว่า โจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าที่ดินที่กล่าวข้างต้นตามสัญญาจำเลยไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาฉบับนี้ศาลชั้นต้นเชื่อว่า โจทก์ให้จำเลยทั้งห้าเช่าช่วง เมื่อกองรักษาที่หลวงได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมหมดอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้า การบังคับขับไล่จำเลยหามีผลไม่ ทั้งจำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ในภาวะคับขันด้วยจึงพิพ